บทความนี้เกี่ยวกับพัฒนาการของทารกแรกเกิดจะแบ่งออกเป็น 3 บทความนะคะ เพื่อความสะดวกในการอ่านของผู้อ่านที่สนใจ  แบ่งออกเป็นพัฒนาการช่วง 1 – 4 , 5 – 8 และ 9 – 12 อย่าพลาดการติดตามอ่านให้ครบทุกบทความนะคะ รับรองว่าคุณพ่อคุณแม่จะได้ทราบถึงพัฒนาการที่เหมาะสมของเจ้าหนูในแต่ละช่วงเดือนค่ะ  ติดตามอ่าน

พัฒนาการ 365 วัน ของเจ้าตัวน้อยวัยแรกเกิด ช่วง 1 – 4 เดือน

เดือนที่ 1 เจ้าหนูเอาแต่นอน!!!

ลักษณะของทารก

  • 2 สัปดาห์แรก ทารกจะใช้เวลานอนเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนได้ค่ะ
  • ทารกบางคนจะปัสสาวะวันละ 5 – 6 ครั้ง บางคนอาจจะถึง 10 ครั้ง / วัน ก็มี
  • ครึ่งเดือนหลังจะเริ่มรู้ว่าลูกมีพื้นฐานอย่างไร เช่น เจ้าหนูบางคนจะนอนนาน ไม่ค่อยร้องกวน ดูดนมแม่ได้เยอะ  พออิ่มก็หลับ
  • ทารกบางคนตื่นบ่อย หลับยาก เป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับลักษณะของลูกค่ะ

ร่างกาย

  • เจ้าหนูเริ่มลืมตาได้แล้วค่ะหากแสงในห้องไม่จ้าจนเกินไป แต่จะสามารถมองเห็นได้ในระยะ 1 ฟุตเท่านั้นนะคะ ช่วงเวลาที่ลูกดูดนมแม่ ใบหน้าของคุณแม่จะอยู่ในระยะสายตาของลูกได้ดีที่สุดค่ะ
  • การทำงานของหูจะสมบูรณ์ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องคุณแม่แล้วค่ะ ดังนั้น  เวลาลูกน้อยได้ยินเสียงดัง จึงมีอาการสะดุ้งตกใจ
  • ในช่วงเดือนแรกเจ้าหนูจะมีปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ (Reflex) เป็นปฏิกิริยาของกล้ามเนื้อที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ เกิดขึ้นหลายอย่าง  เช่น  ทารกจะผวามือเท้าสั่น เมื่อตกใจ  ร้องไห้ หรือบางครั้งยิ้มในยามที่นอนหลับ

พัฒนาการ

  • การร้องไห้เป็นวิธีเดียวค่ะที่จะสื่อสารกับคุณแม่ว่าตอนนี้หนูต้องการอะไร เริ่มตั้งแต่หิว  เปียกชื้น อยากให้อุ้ม  เจ็บปวด
  • คุณแม่ควรตอบสนองให้ถูกกับความต้องการซึ่งต้องอาศัยเวลาในการศึกษากันวันต่อวัน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ความใกล้ชิด และสังเกตว่าการร้องแต่ละครั้งของลูกนั้นเจ้าหนูต้องการอะไร
  • หากหาสาเหตุไม่พบ ควรอุ้มเพื่อปลอบอย่างอ่อนโยน หรือเปลี่ยนท่าอุ้ม ท่าให้นม อาจทำให้เจ้าหนูสงบได้
  • ในวัยนี้เจ้าหนูเริ่มจำเสียงคุณพ่อคุณแม่ได้แล้วนะคะ

Tip ดีๆ ที่อยากบอก

  • การโอบกอดทารกน้อยไม่ว่าจะช่วงเวลาที่ให้นม กล่อมนอน   เป็นต้น  ถือเป็นสิ่งที่ดมากค่ะ เพราะช่วยในการกระตุ้นเซลล์สมองของลูกน้อยให้ทำงานพร้อมที่จะพัฒนาต่อไป
  • การแตะฝ่ามือ ฝ่าเท้า ของทารก สัมผัสเจ้าหนูน้อยบ่อย ๆ เมื่อลูกได้สัมผัสรักจากแม่ จะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวได้อย่างดี

เดือนที่ 2 เจ้าหนูส่งเสียงอ้อแอ้

ลักษณะของทารก

  • ในช่วงเดือนที่ 2 นี้ เจ้าหนูจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาจากแรกเกิดประมาณ 1 กิโลกรัม
  • ลักษณะพื้นฐานเห็นชัดเจนมากขึ้น เช่น กินง่าย  นอนง่าย  นอนนานมากขึ้น บางคนตื่นบ่อย ร้องไห้เก่ง แล้วแต่บุคลิกและปัจจัยแวดล้อมของทารกค่ะ
  • กลางคืนลูกน้อยจะนอนได้นานขึ้น ในช่วงปลายดือนที่ 2 บางคนนอนได้นานถึง 7 ชั่วโมงทีเดียวค่ะ
  • ส่วนในเวลากลางวันจะนอนและกินนมเป็นเวลาและเป็นระบบมากขึ้น

พัฒนาการ

  • เจ้าตัวน้อยยังมีรีเฟล็กซ์อยู่บ้าง การขยับแขนขาจะนุ่มนวลมากขึ้น  ไม่กระตุกแรง ๆเหมือนช่วงแรกเกิด
  • เมื่อจับลูกคว่ำสามารถยกศีรษะได้ 45 องศา แต่ยกเพียงครู่เดียวนะคะเพราะคอยังไม่แข็งแรงดี
  • เริ่มอยากคว้าของได้บ้างแล้ว บางครั้งถือของได้นาน 2 – 3 นาที
  • เริ่มสนใจสิ่งต่าง ๆรอบตัว เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เช่น เสียงคุณพ่อคุณแม่จะนิ่งฟัง หรือแสดงสีหน้าว่าหนูได้ยินนะ และรู้จักแสดงอารมณ์มากขึ้น เช่น หงุดหงิด ดีใจ
  • สายตาพัฒนาขึ้นเพียงเล็กน้อยจากเดือนที่แล้ว แต่มีความสนใจที่จะจ้องมอง หรือมองตามวัตถุที่เคลื่อนที่ผ่านหน้าไปได้มากขึ้น แต่ชอบมองหน้าคนมากกว่าสิ่งของ

Tip ดีๆ ที่อยากบอก

  • การพูดคุย ร้องเพลง เป็นการส่งเสริมประสาทการรับรู้ของลูกน้อยให้เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายและดีที่สุดในช่วงวัยนี้
  • ทารกที่ได้รับการตอบสนองความต้องการจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่รวดเร็ว ดังนั้น เมื่อคุณแม่หรือคุณพ่อยิ้ม ทักทาย เล่นด้วยเสมอ ลูกจะมีพัฒนาการได้เร็วและดีมากขึ้นเรื่อย ๆ

เดือนที่ 3 หนูเริ่มกิน  นอน เป็นเวลามากขึ้น

ลักษณะของทารก

Sponsored
  • ในช่วงวัย 3 เดือนนี้ เจ้าหนูจะเริ่มกิน นอน เป็นเวลามากขึ้นแล้วค่ะ เริ่มปรับตัวได้ดีทีเดียว ที่สำคัญคุณแม่จะเริ่มรู้ใจเจ้าตัวน้อยมากขึ้น
  • ช่วงวัยนี้เจ้าหนูจะสนใจกับมือของตัวเป็นเป็นพิเศษ เช่น จ้องมือของตัวเองนานๆ เอามือเข้าปาก กุมมือตนเองเหมือนเป็นของเล่นชิ้นใหม่
  • ประสาทตาพัฒนาขึ้นมาก ทำให้การมองภาพชัดเจนยิ่งขึ้นจึงชอบมองสิ่งที่อยู่รอบๆตัว และเคลื่อนไหวได้จะสนใจมากเป็นพิเศษ
  • ชอบไขว่คว้าสิ่งต่าง ๆ เพราะลูกกำลังเรียนรู้ การสัมผัส หยิบจับ บันทึกเป็นความทรงใจไว้ในสมองใบจิ๋วนั่นเอง

พัฒนาการ

  • สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายได้ดีขึ้น แต่ยังไม่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่มากนัก
  • เมื่อชันคอจะชันได้นานขึ้นแต่ยังไม่สามารถยกตัวได้
  • เมื่อนอนหงาย ยกแขนขาพร้อมกันได้ บางคนมีพัฒนาการที่เร็วจะเริ่มหัดพลิกคว่ำด้วยตนเอง

Tip ดีๆ ที่อยากบอก

  • จากการศึกษาพบว่า ทารกที่ได้รับการอุ้มอย่างรักใคร่ มีการพูดคุย ยิ้มแย้ม ลูกน้อยจะมองริมฝีปากของคุณแม่ จะช่วยพัฒนาทักษะการฟัง
  • มีสิ่งที่เคลื่อนไหวที่มองเห็นได้หลากหลาย ทารกจะเกิดการเรียนรู้ พร้อมทั้งเกิดพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น
  • สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของเจ้าตัวน้อยมากที่สุด คือ คุณพ่อคุณแม่ค่ะ ดังคำกล่าวที่ว่า พ่อแม่คือของเล่นที่ดีที่สุดของลูก
  • วัยนี้ไม่จำเป็นต้องอุ้มตลอดเวลา แต่ควรช่วยลูกส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้ เช่น เล่นของเล่นเขย่ากับลูก  เปิดภาพหนังสือหรือของเล่นที่มีสีสันสดใสให้ลูกดู  ร้องเพลงให้ลูกฟัง รวมถึงทำมือประกอบง่าย ๆให้เจ้าหนูมองตาม

เดือนที่ 4 พลิกหงาย พลิกคว่ำได้แล้วนะแม่

ลักษณะของทารก

  • เจ้าหนูกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินกับพัฒนาด้านการพลิกคว่ำของตนเอง เป็นการฝึกฝนกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เตรียมพร้อมที่จะนั่งในเดือนถัดไป
  • คุณแม่จะสังเกตเห็นว่าตามที่นอนของลูกจะเริ่มมีผมของเจ้าหนูหลุดร่วง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ผลัดผมใหม่ สีและลักษณะของเส้นผมจะมีลักษณะเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน

พัฒนาการ

  • กล้ามเนื้อคอแข็งแรงมากขึ้น ตั้งตรง และหันไปรอบ ๆ ได้
  • เมื่อจับเจ้าหนูนอนคว่ำจะยกศีรษะได้เกือบตั้งฉาก สามารถยกขา ยกมือขึ้นได้
  • ถ้าให้นอนหงายมักจะชอบใช้มือจับขา
  • พลิกคว่ำได้ ช่วงแรกจะพลิกคว่ำไปหงายข้างใดข้างหนึ่งก่อน สักพักเมื่อลูกพลิกตัวได้คล่องไม่ว่าคว่ำหรือหงายก็จะพลิกได้คล่อง
  • ใช้นิ้วมือในการจับของได้มากขึ้น แต่ยังไม่คล่องนักเริ่มใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ ชอบจับสิ่งของเข้าปาก
  • ชอบเล่นน้ำลาย ส่งเสียงอ้อแอ้เหมือนอยากพูดคุยด้วย

Tip ดีๆ ที่อยากบอก

  • เวลาที่คุณแม่เล่นกับลูก ให้คุณแม่ออกท่าทางหน้าตาให้เกินจริงเข้าไว้ เพราะเป็นการตอบสนองความสนใจของลูก และเจ้าหนูยังชอบฟังเสียงเพลงจากคุณแม่อยู่เสมอ
  • หาของเล่นที่ปลอดภัย ให้ลูกได้เรียนรู้ผ่านเสียง สัมผัส ช่วยกระตุ้นพัฒนาการ แต่คุณแม่ควรร่วมเล่นกับลูกทุกครั้งนะคะ

ได้ทราบถึงพัฒนาการของเจ้าหนูวัย 1 – 4 เดือนกันแล้วนะคะ อย่าลืมติดตามบทความต่อไปที่กล่าวถึงพัฒนาการของเจ้าหนูในวัย 5 – 8 เดือนว่าจะเป็นอย่างไร

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/