ยังคงเป็นที่สงสัยสำหรับคุณแม่หลายท่านว่า วัคซีนอีสุกอีใส จำเป็นต้องฉีดให้กับลูกน้อยหรือไม่ และถ้าไม่ฉีดจะส่งผลอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่า จริงๆ แล้ว วัคซีนชนิดนี้ควรฉีดให้กับลูกน้อยของคุณหรือไม่ และโรคอีสุดอีใสคืออะไร มาดูไปพร้อมๆ กันเลย

โรคอีสุกอีใส คืออะไร? ทำไมต้องฉีด วัคซีนอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ แต่ในเด็กจะไม่ร้ายแรงมากนักและสามารถหายได้เองเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง ซึ่งโรคนี้เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร พร้อมกับมีผื่นขึ้นตามร่างกาย โดยหลังจากมีไข้ประมาณ 2-3 วัน ผื่นก็จะเริ่มตกสะเก็ดและค่อยๆ หายเป็นปกติในที่สุด และที่สำคัญโรคนี้สามารถติดต่อไปสู่กันได้ ดังนั้นหากไม่อยากให้ลูกน้อยป่วยด้วยโรคอีสุกอีใส ก็ไม่ควรให้เขาอยู่ใกล้หรือสัมผัสกับผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้เด็ดขาด

จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอีสุกอีใสในเด็กหรือไม่

หากถามว่าจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคอีสุกอีใสในเด็กหรือไม่ ก็ตอบได้เลยว่าไม่จำเป็น โดยคุณแม่สามารถตัดสินใจฉีดวัคซีนให้กับลูกน้อยหรือไม่ก็ได้ ซึ่งสำหรับเด็กเล็กนั้น กุมารแพทย์มักจะไม่แนะนำให้ฉีด เพราะการที่เด็กเป็นโรคอีสุกอีใสจะทำให้เด็กเกิดภูมิต้านทานขึ้นมาเองตามธรรมชาติ โดยพบว่าสามารถป้องกันการเกิดซ้ำได้มากถึง 100% เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ในขณะที่ลูกน้อยเป็นอีสุกอีใสนั้น ก็อาจจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดทรมานไม่น้อยเหมือนกัน และหากไม่ดูแลให้ดีก็อาจกลายเป็นแผลเป็นที่จะเห็นได้ชัดไปจนโตอีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อความสบายใจ คุณแม่อาจเลือกฉีดวัคซีนให้กับลูกน้อยก็ได้ แต่ก็ต้องมีกำลังทรัพย์สูงพอสมควร เพราะวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสยังคงมีราคาที่สูงมากทีเดียว

สามารถฉีดวัคซีนได้ที่ไหน

หากต้องการฉีดวัคซีนอีสุกอีใสให้กับลูกน้อย สามารถฉีดได้ทั้งที่โรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ โดยจะอยู่ที่ประมาณ 800-2000 บาทต่อครั้ง ซึ่งการฉีดนั้นจะต้องดูตามช่วงอายุของเด็ก กล่าวคือ

  • หากฉีดในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปี ฉีดวัคซีนแค่ 1 เข็มก็สามารถป้องกันโรคอีสุกอีใสได้ เพราะในวัยนี้ร่างกายกำลังมีการสร้างภูมิต้านทานและสามารถตอบสนองต่อวัคซีนได้ดี จึงทำให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกันสูงนั่นเอง
  • ส่วนในเด็กที่มีอายุมากกว่า 12 ปี จะต้องฉีดกระตุ้น 2 เข็ม โดยเข็มแรกและเข็มที่สองห่างกัน 1 เดือน ซึ่งก็จะช่วยป้องกันโรคอีสุกอีใสได้ตลอดชีวิต รวมถึงป้องกันโรคงูสวัดได้อีกด้วย

โรคอีสุกอีใส ป้องกันได้อย่างไร

การป้องกันโรคอีสุกอีใสที่ได้ผลดีในปัจจุบันก็คือการฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสนั่นเอง และอีกวิธีก็คือหลีกเลี่ยงลูกน้อยให้ห่างไกลจากผู้ที่ป่วยด้วยโรคอีสุกอีใส เพราะโรคนี้สามารถติดต่อไปสู่กันได้ง่ายเพียงแค่สัมผัสถูกตุ่มบนผิวหนัง ไอจามรดกัน หรือการใช้ของใช้ร่วมกันเท่านั้น

การรักษาเมื่อเป็นอีสุกอีใส

โดยส่วนใหญ่โรคอีสุกอีใสในเด็ก จะหายได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งแพทย์ก็จะรักษาตามอาการของผู้ป่วยนั่นเอง พร้อมทั้งคุณพ่อคุณแม่จะต้องดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดและช่วยให้ลูกน้อยหายป่วยเร็วขึ้น โดยมีคำแนะนำในการดูแลเด็กที่เป็นอีสุกอีใสดังนี้

1.ให้ลูกน้อยได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ พร้อมกับดื่มน้ำมากขึ้น เพราะการดื่มน้ำจะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุลและสามารถเสริมภูมิต้านทานให้สูงขึ้นได้

2.กรณีที่ลูกน้อยมีไข้ร่วมด้วย ควรให้ลูกทานยาแก้ไข้สำหรับเด็ก พร้อมกับใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวบ่อยๆ เพื่อให้ไข้ลดลง

3.ควรอาบน้ำและฟอกสบู่ให้เนื้อตัวสะอาดอยู่เสมอ โดยเลือกใช้สบู่ที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติมที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้นั่นเอง

Sponsored

4.ตัดเล็บของลูกให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกแกะเกาจนเกิดการอักเสบและติดเชื้อที่รุนแรงกว่าเดิมได้

5.ให้ลูกทานอาหารที่มีประโยชน์ และมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทานเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ นม ไข่ ถั่ว เนื้อและอาหารโปรตีนทั้งหลายนั่นเอง

โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่เมื่อเป็นแล้วมักจะไม่เป็นซ้ำอีก เพราะร่างกายได้มีการสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาแล้วนั่นเอง แพทย์ส่วนใหญ่จึงมักจะแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอีสุกอีใสให้กับเด็กแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้หากคุณแม่ไม่อยากให้ลูกน้อยต้องทรมานกับอาการของโรคอีสุกอีใส จะฉีดวัคซีนป้องกันให้กับลูกน้อยก็ได้เหมือนกัน

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.10 เคล็ดลับการตั้งครรภ์ ท้องแรก ที่คุณแม่ควรปฏิบัติ

2.10 ความเชื่อคนท้อง ที่คุณแม่ควรรู้ เช็คสิมีอะไรบ้าง