คุณแม่ที่ผ่าคลอดอาจมีอาการปวดแผล ปวดบวม คัน และเป็นหนองบริเวณแผลผ่าตัดได้ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าอาการแบบไหนที่เรียกว่าอักเสบ และเป็นอันตรายหรือไม่ ถ้าเป็นแล้วจะต้องทำยังไง มีวิธีป้องกันและดูตัวเองหลังผ่าคลอดได้อย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาบอกให้คุณแม่ได้รู้กันแล้วค่ะ

แผลผ่าคลอดอักเสบ เป็นหนอง ทำไงดี

แน่นอนว่ากลายเป็นปัญหาที่คุณแม่ผ่าคลอดหลายคนไม่สบายใจ และกังวลเป็นอย่างมาก คืออาการติดเชื้อบริเวณแผลโดยการติดเชื้อช่วงหลังคลอดนี้สามารถแบ่งได้ 2 แบบ ได้แก่ การติดเชื้อจากแผลหน้าท้อง และติดเชื้อจากภายในมดลูก

  • กรณีที่มีอาการไม่รุนแรงมากเช่นปวดแผล รู้สึกว่าไม่ค่อยสบายตัว ทางแพทย์จะใช้วิธีการรักษาโดยการให้กินยาปฏิชีวนะเป็นเวลา 1 สัปดาห์ก็จะหายเอง
  • กรณีที่ติดเชื้อแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ พ่วงมาด้วยเช่น แผลผ่าตัดเกิดการติดเชื้อลุกลามจนกลายเป็นผังผืดในช่องท้อง มีการอักเสบบริเวณอุ้งเชิงกรานจนกระทั่งติดเชื้อในกระแสเลือด ทางคุณหมอจะต้องทำการรักษาอย่างเร่งด่วนด้วยวิธีการให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด หากละเลยหรือช้าก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

อาการที่แสดงให้เห็นว่าแผลผ่าตัดของคุณแม่เกิดการอักเสบและติดเชื้อสามารถสังเกตุได้ง่ายๆ โดยหากคุณแม่สังเกตุเห็นอาการเหล่านี้จะต้องรีบไปพบคุณหมออย่างเร่งด่วน ได้แก่

  • ปวดบริเวณแผลและท้องน้อยอย่างรุนแรง
  • เกิดรอยบวมแดงที่ผิดไปจากเดิม
  • มีแผลปริไม่ติดกันเลือดซึมไหลออกมา
  • ปัสสาวะขัด รู้สึกเหมือนปัสาวะไม่สุด
  • น้ำคาวปลาผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นมีสีแดงเข้มขึ้นจากเดิม
  • อาการบวมที่บริเวณขา

สำหรับแผลผ่าตัดโดยทั่วไปแล้วจะหายเองตามธรรมชาติใน 2-3 เดือน หลังการผ่าคลอดคุณหมอจะลองให้คุณแม่ทดลองเดิน ขยับตัว เพื่อป้องกันไม่ให้ผังผืดเกาะด้านในช่องท้อง หลังจากนั้นอีก 7 วันก็จะนัดมาเพื่อดูบริเวณแผลอีกรอบว่าแผลเกิดการติดเชื้อหรือไม่ แผลสมานกันหรือไม่ แห้งสนิทดีหรือเปล่า หากไม่ได้มีปัญหาหรือเกิดการอักเสบก็จะทำการตัดไหมออก โดยคุณแม่จะต้องดูแลรักษาทำความสะอาดไปก่อนอย่างน้อย 1-2 เดือน สำหรับแผลภายในช่องท้องจะหายสนิทโดยใช้ระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนี้คุณแม่สามารถออกกำลังกายหรือทำงานเบาๆ ได้

คำแนะนำการดูแลแผลผ่าคลอด ที่ถูกวิธี

ในการผ่าคลอดนั้น คุณแม่หลายๆ คนอาจเกิดความกังวลบริเวณแผลผ่าคลอดเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าจะต้องดูแลอย่างไร ทำอย่างไรให้แผลอกมาสวยงาม วันนี้ทางเรามีวิธีการดูแลแผลผ่าคลอดแบบถูกวิธีมาฝากกันค่ะ

  • ช่วง 7วันหลังผ่าตัด ช่วงนี้คุณแม่จะต้องทานยาและปฎิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด ถ้ามีอาการปวดแผลสามารถกินยาพาราเซตามอลเพื่อลดอาการปวดได้ อย่าดื้อเด็ดขาดพราะยังเป็นช่วงที่แผลอาจเกิดการฉีกหรือปริได้
  • ครบ 7 วัน ทางคุณหมอจะนัดมาดูแผล ถ้าแผลสนิทดีก็จะได้ตัดไหมเลย หลังจากนี้จะต้องดูแลความสะอาดของแผลอยู่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • หลังการตัดไหมควรถามกับคุณหมอว่าแผลสามารถโดนน้ำได้หรือไม่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผล
  • ช่วง 1-2 เดือนหลังคลอด ไม่ควรยกของหนัก งดการออกกำลังกายขับรถ และการมีเพศสัมพันธุ์ เพราะแผลภายในบริเวณมดลูกจะต้องใช้เวลา 3 เดือนจึงจะแห้งสนิท
  • เพื่อป้องกันแผลคีลอยด์ แผลเป็น หรือรอยนูนแดง ในช่วง 3 เดือนแรกไม่ควรใช้กล้ามเนื้อหน้าท้อง หรือทำกิจกรรมที่ทำให้แผลตึง การยืดและหดตัวของผิวหนังก่อให้เกิดแผลนูนไม่เรียบเนียน

ข้อควรรู้ ถ้าอยากให้แผลสวย ไม่มีปัญหาตามมา

คุณแม่ทุกคนย่อมอยากให้แผลสวย ไม่มีปัญหาตามมาอยู่แล้วจริงไหม แต่จะทำอย่างไรดีล่ะมาดูกันเลย

Sponsored
  • คุณแม่ไม่ควรนอนติดเตียง หมั่นขยันเดินหรือขยับตัวเพื่อป้องกันไม่ให้แผลผ่าตัดเกิดผังผืด ที่สำคัญการเดินหรือขยับตัวในช่วงหลังคลอดหรือพักฟื้นที่บ้านช่อวยให้คุณแม่ฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
  • ดูแลแผลและผิวด้วยการทายาลบรอยแผลเป็น เพื่อให้หน้าท้องเรียบเนียน
  • ดื่มน้ำเยอะๆ คุณแม่หลังผ่าคลอดแทบทุกคนจะเกิดปัญหาท้องผูก แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการดื่มน้ำ จะได้ไม่ต้องเบ่งแรงจนเจ็บแผลหรือแผลปริ
  • จะต้องให้ความร่วมมือด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอไม่ว่าจะเป็นการดูแลแผล ทานยา ดูแลสุขภาพ เพื่อที่ร่างกายจะได้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น อย่าลืมไปว่าภาระหน้าที่ความเป็นแม่รอคุณอยู่
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ช่วงหลังคลอดคุณแม่ต้องการสารอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วนเพื่อเข้าไปเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกาย อีกทั้งยังป้องกันการขาดสารอาหารจากการคลอดลูก และสร้างน้ำนมแก่เจ้าตัวเล็กได้เป็นอย่างดี

คุณแม่จะไม่เจอกับปัญหาแผลผ่าตัดติดเชื้ออย่างแน่นอน ถ้าดูแลความสะอาดบริเวณแผลอย่างสม่ำเสมอ เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อที่แผลจะได้สมานเร็วขึ้น ที่สำคัญหมั่นขยับตัวและออกกำลังกายเบาๆ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอเพียงเท่านี้ก็ห่างไกลจากการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณแผลแล้วค่ะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.อาหารแม่ท้อง อะไรบ้างที่คน กรุ๊ปเลือด AB ควรกินและควรเลี่ยง

2.10 อาหารวิตามินอี คนท้องควรกิน เพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี