กระดูกและฟันของลูกน้อย ควรเสริมสร้างความแข็งแรงไว้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ซึ่งคุณแม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ จำเป็นต้องได้รับแคลเซียมในปริมาณที่มากพอต่อการสร้างกระดูกและฟันของลูกน้อย

กระดูกและฟันของลูกน้อย

 

แคลเซียมนั้น สำคัญอย่างไร

แคลเซียมเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะแคลเซียมที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับนั้น จะไปช่วยพัฒนาโครงสร้างร่างกาย โดยเฉพาะการสร้างกระดูก และฟันของทารกในครรภ์ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่ควรได้รับแคลเซียมเพิ่มขึ้น เพราะหากร่างกายของคุณแม่ขาดแคลเซียมแล้ว จะเกิดอาการกล้ามเนื้อปวดเกร็งในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย หรือที่เรียกกันว่า “ตะคริว” แต่หากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ไม่ได้รับแคลเซียมบำรุงเลย ร่างกายของคุณแม่ก็จะยังมีแคลเซียมเพียงพอต่อการสร้างกระดูก ของลูกในครรภ์  เพราะ 90% ของร่างกายคนเรา จะมีแคลเซียมสะสมในกระดูกอยู่แล้ว ลูกในท้องจะดึงแคลเซียมจากแม่ ไปใช้ได้ทันที  โดยจะดึงไปใช้ประมาณ 2.5% ของแคลเซียมในร่างกาย หากคุณแม่ได้รับแคลเซียมน้อยมากเกินไป ในช่วงตั้งครรภ์  ผลเสียที่จะส่งถึงตัวคุณแม่เองในระยะยาว นั่นก็คือ จะทำให้กระดูกเปราะบาง และฟันผุง่ายกว่าปกติ

ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับอย่างเหมาะสม

โดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจะดูดซึมแคลเซียมครั้งละ 500 – 600 มิลลิกรัม แต่ปริมาณแคลเซียมที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการนั้นสูงถึงวันละ 1,000 – 1,200 มิลลิกรัม หรือมีความต้องการแคลเซียมมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่าเลยทีเดียว แคลเซียมที่อยู่ภายในร่างกายของคุณแม่ จะถูกดึงไปใช้ในการเสริมสร้างกระดูกของเจ้าตัวน้อย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 2  นอกจากแคลเซียมจะเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก ฟัน และเนื้อเยื่อต่าง ๆ แล้ว ยังมีส่วนช่วยทำให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติอีกด้วย เช่น ระบบของกล้ามเนื้อ ระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งระบบเหล่านี้ ต้องอาศัยแคลเซียม ทั้งสิ้น

โดยปกติร่างกายของคนเราไม่สามารถสร้างแคลเซียมได้เอง ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น แหล่งอาหารที่พบว่ามีแคลเซียมมาก ได้แก่ นม เนย ปลาไส้ตัน ปลากรอบตัวเล็กตัวน้อยที่ทานได้ทั้งกระดูก ถั่ว และงา ซึ่งอาหารเหล่านี้คุณแม่ตั้งครรภ์ควรบริโภคเป็นประจำทุกวัน

สำหรับเด็กที่มีอายุ 1 – 3 ขวบ เป็นอีกช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาทางร่างกายเป็นอย่างมาก ที่เห็นได้ชัดคือ พัฒนาการด้านการเคี้ยวกลืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำในแต่ละวัน โครงสร้างร่างกายมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้การเคลื่อนไหว ตั้งแต่คลาน ยืน เดิน จนกระทั่งวิ่ง การเคลื่อนไหวร่างกาย และการเคี้ยวกลืนของลูกน้อยจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยกระดูก และฟัน ดังนั้นเพื่อช่วยให้ลูกน้อยมีโครงสร้างของกระดูกและฟันที่แข็งแรง สารอาหารที่จำเป็นอย่าง “แคลเซียม” จึงมีบทบาทต่อร่างกายเป็นอย่างมาก

หน้าที่สำคัญของแคลเซียม

Sponsored

“แคลเซียม” มีหน้าที่เสริมสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของกระดูก ฟัน เล็บ และเส้นผมให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยควบคุมกระบวนการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท การแข็งตัวของเลือด การเต้นของหัวใจ การทำงานของระบบน้ำย่อย การดูดซึมวิตามิน และกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน

จะเป็นอย่างไร เมื่อลูกน้อยขาดแคลเซียม

เด็กที่ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะมีผลต่อความหนาแน่นของมวลกระดูก ทำให้ลูกน้อยมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโรคกระดูกอ่อน หรือกระดูกค่อมงอได้ พัฒนาการทางร่างกายอย่างการนั่ง คลาน เดิน จะเป็นไปได้ช้า นอกจากนี้ โครงสร้างของกระดูกที่ไม่สมบูรณ์ยังก่อให้เกิดความผิดปกติของร่างกายได้อีกด้วย เช่น เป็นเด็กขาโก่ง โค้ง และตัวเตี้ยกว่าปกติ รวมถึงมีผลกระทบต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกายอีกด้วย

ลูกน้อยจะได้รับแคลเซียมได้จากไหน

  • นมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม อย่างเช่น ชีส เนยแข็ง เนยสด โยเกิร์ต ไอศกรีม ทั้งนี้ นมสด ถือเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดที่มีแคลเซียมมากที่สุด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณแม่ต้องให้ลูกน้อยดื่มนมอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว แนะนำให้ลูกน้อยดื่มนมแพะ ซึ่งในนมแพะนอกจากจะเป็นแหล่งแคลเซียมชั้นยอดแล้ว ยังมีโปรตีน CPP (Casein Phosphopeptide) โปรตีนนุ่มที่ย่อย และดูดซึมง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วและมีไขมันชั้นดี อย่าง MCT Oil ซึ่งเป็นไขมันที่ย่อยง่ายอีกด้วย การที่ลูกน้อยได้ดื่มนมแพะเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้ลูกน้อยมีร่างกายที่แข็งแรง มีน้ำหนักตัวที่ดี และมีพัฒนาการที่ดีสมวัย
  • ธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้ง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่ว เช่น เต้าหู้ เต้าเจี้ยว งาขาว งาดำ ถั่วแระ ถั่วลิสง ถั่วเขียว เมล็ดอัลมอนด์ เม็ดบัว ฯลฯ
  • เนื้อสัตว์ ที่สามารถทานได้ทั้งเปลือกหรือก้าง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งฝอย กุ้งแห้ง และปลากระป๋อง
  • ผักใบเขียว เช่น คะน้า กวางตุ้ง บล็อคโคลี่ ดอกกระหล่ำ ถั่วพู มะเขือพวง และตำลึง

เมื่อคุณแม่รู้อย่างนี้ ก็อย่าลืมเสริมสร้างแคลเซียมให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอยู่เสมอนะคะ เพราะไม่ว่าจะช่วงวัยใด แคลเซียมก็ยังคงเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อกระดูกและฟันที่ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ยังจำเป็นต้องได้รับในทุก ๆ วัน
         การป้องกันการแพ้นมของลูกน้อยนั้น  ในระหว่างการตั้งครรภ์คุณแม่ไม่ควรตั้งใจดื่มนมวัวมากเกินไป ควรดื่มนมชนิดอื่น ๆ เพื่อช่วยในการบำรุงร่างกาย เช่น นมถัวเหลือง หรือ นมแพะ เนื่องจากการดื่มนมวัวในปริมาณที่มาก ๆ นั้นจะเป็นการไปกระตุ้นสารต่อต้าน ภูมิคุ้มกัน ของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หากต้องการเสริมแคลเซียม แนะนำให้รับประทานแคลเซียมเม็ด และเลือกรับประทานนมชนิดอื่น ๆ สลับสับเปลี่ยนกันไปตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ดี สำหรับคุณแม่ที่มีลูกน้อยวัย 1 – 3 ขวบ แนะนำให้ลูกน้อยลองดื่มนมแพะ เพราะในนมแพะมีแคลเซียมสูงและสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน โปรตีน ไขมัน นมแพะในปัจจุบันมีการพัฒนาสูตรใหม่ออกมาให้คุณแม่ได้เลือกมากมาย ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยที่คุณรัก

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/