คุณแม่ฟูลไทม์คงจะมีเวลา ให้ลูกดูดนมจากเต้า ส่วนคุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน คงต้องใช้เครื่อง ปั๊มนม เป็นผู้ช่วย ถึงจะทำให้ลูกมีนมแม่ดื่มได้นานๆ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีแตกต่างกันไป แล้วแบบไหนจะดีกว่ากันนั้น ลองมาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย แต่ก่อนอื่นไปดูกันก่อนดีกว่าว่า นมแม่มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

ประโยชน์ของนมแม่

เพราะนมแม่มีประโยชน์มากมาย แพทย์จึงสนับสนุนให้เด็กทุกคนควรได้รับนมแม่หลังคลอด จนกระทั่งมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งประโยชน์ของนมแม่มีดังนี้

1.มีสารอาหารที่เพียงพอ

ในน้ำนมแม่มีสารอาหารมากมาย ที่สามารถเลี้ยงทารกแรกเกิดได้ จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้อาหารเสริมใดๆ ในช่วงนี้ จนกระทั่งทารกมีอายุ 6 เดือน ดังนั้นคุณแม่จึงไม่ต้องกังวลว่าลูกจะขาดสารอาหารแต่อย่างใด

2.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค

ทารกที่ได้รับน้ำนมแม่จะมีภูมิคุ้มกันโรค จึงช่วยป้องกันกันไม่ให้ติดเชื้อโรคต่างๆ เช่น โรคติดเชื้อทางระบบหายใจ โรคอุจจาระร่วง รวมทั้งลดโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ต่างๆ อีกด้วย

3.ช่วยให้ลูกคลายหนาว

ลูกจะรู้สึกอบอุ่น จากอ้อมกอดผู้เป็นแม่ โดยการดูดนมจะช่วยกระตุ้นฮอร์โมนออกซิโทซิน ซึ่งมีผลทำให้อุณหภูมิในร่างกายของแม่เพิ่มขึ้น

4.เพิ่มระดับสติปัญญา

เด็กที่กินนมแม่นอกจากจะมีร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังมีระดับสติปัญญาที่ดีอีกด้วย เพราะนมแม่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีความสำคัญต่อการเจริญของเนื่อเยื่อประสาท และจอประสาทตา

ซึ่งจะเห็นได้ว่านมแม่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงควรให้ลูกได้ดื่มนมแม่มากที่สุด ไม่ว่าจะให้นมลูกด้วยการดูดจากเต้า หรือการปั๊มนมก็ตาม

อ้างอิงข้อมูล ประโยชน์ของนมแม่

ข้อดีของการ ให้ลูกดูดนมจากเต้า

ธรรมชาติสร้างให้แม่มีเต้านมเพื่อใช้เลี้ยงลูก ดังนั้นมาดูกันว่าการให้ลูกได้ดูดนมจากเต้ามีข้อดีอย่างไรบ้าง

1.สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก

ช่วงเวลาที่ลูกอยู่ในอ้อมกอดแม่ และได้สบตากับลูก ทำให้ลูกรู้สึกถึงความอบอุ่น ช่วยสร้างความผูกผันให้เกิดขึ้นระหว่างผู้เป็นแม่และลูกได้เป็นอย่างดี ซึ่งการปั๊มนมจะไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ได้ดีเหมือนการให้ลูกดูดจากเต้า

2.ช่วยกระตุ้นน้ำนม

เมื่อแม่เอาลูกเข้าเต้าเร็ว และสม่ำเสมอ จะทำให้กระบวนการผลิตน้ำนมได้รับการกระตุ้นและเกิดการผลิตน้ำนมอยู่เสมอ ทำให้คุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะมีน้ำนมไม่เพียงพอให้ดื่ม

3.ดูดได้ตลอดเวลา

คุณแม่สามารถให้ลูกดูดนมได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องพกอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ขวดนม เครื่องปั๊มนม กระติกน้ำแข็ง ให้ยุ่งยาก แค่ใช้ผ้าคลุมขณะให้ลูกดูดนม ซึ่งง่ายและสะดวกมาก แถมไม่ต้องกังวลว่านมจะเสีย เพราะนมออกจากเต้าทั้งสดและใหม่แน่นอน

4.ประหยัดเงินและเวลา

Sponsored

คุณแม่ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องปั๊มนม ซึ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายหลายพันบาท อีกทั้งเวลากลางคืนคุณแม่สามารถให้นมในท่านอนแล้วหลับไปพร้อมๆ กับลูกได้ โดยไม่ต้องคอยลุกขึ้นมาปั๊มนมอีกด้วย

ข้อดีของการ ปั๊มนม ให้ลูกดื่ม

เมื่อคุณแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เลยต้องมีเครื่องปั๊มนมเป็นผู้ช่วย ซึ่งการปั๊มนมมีข้อดีดังต่อไปนี้

1.คุณแม่มีเวลาเพิ่มขึ้น
คุณแม่มีเวลาปลีกตัวไปทำงานอย่างอื่น และพักผ่อนมากขึ้น โดยไหว้วานให้ผู้อื่น เช่น สามี ปู่ย่าตายาย ช่วยป้อนนมที่คุณแม่ได้ปั๊มไว้แล้วแทน

2.รู้ปริมาณนมที่ลูกดูด

ปริมาณน้ำนมที่บรรจุอยู่ในถุงเก็บนมจากการปั๊ม ทำให้คุณแม่ทราบว่า ลูกดูดนมไปเท่าไหร่ คุณแม่จึงมั่นใจได้ว่าลูกได้รับนมอย่างเพียงพอแน่นนอน

3.แก้ปัญหาเด็กที่ดูดนมจากเต้าไม่ได้

ทารกบางคนเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่อ่อนแอ ทำให้ไม่สามารถดูดนมจากเต้าได้ เช่น ทารกคลอดก่อนกำหนด รวมทั้งเด็กปกติที่ชอบดูดขวดเนื่องจากไม่ต้องออกแรงดูดมากเหมือนดูดจากเต้า ดังนั้นการปั้มนมจะช่วยให้เด็กกลุ่มนี้ดื่มนมแม่ง่ายขึ้น

4.เพิ่มปริมาณน้ำนมได้ดี

ในช่วงแรกหลังคลอด ทารกมักยังดูดนมได้ไม่เก่ง การปั๊มนมจะช่วยกระตุ้นให้น้ำนมไหลได้มากขึ้น โดยมีเทคนิคว่ายิ่งปั๊มเร็ว และปั๊มบ่อย ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายสร้างน้ำนมได้มากกว่าเดิม แต่ถ้าลูกดูดนมได้ดีอยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องปั้มนมก็ได้

เคล็ดลับการปั๊มนม ให้ได้นมเยอะ

เมื่อต้องปั๊มนม จะเก็บนมแม่อย่างไร

หากให้นมลูกจากเต้าจะไม่มีปัญหาการเก็บนมแม่ แต่ถ้าเป็นการปั๊มนม คุณแม่จะต้องให้ความใส่ใจกับการเก็บนมแม่ด้วย เพราะหากเก็บไม่ดีก็จะทำให้นมบูดหรือเสื่อมคุณภาพได้ง่าย โดยเราก็มีคำแนะนำในการเก็บนมแม่มาบอกกันดังนี้

การเก็บนอกตู้เย็นหลังปั๊มนม

การเก็บนอกตู้เย็น เหมาะกับกรณีที่คุณแม่ปั๊มนมและต้องการให้ลูกดื่มเลยภายในวันนั้น โดยมีวิธีการเก็บดังนี้

  • เก็บที่อุณหภูมิห้องสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส จะต้องให้ลูกดื่มนมให้หมดภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากปั๊ม
  • เก็บที่อุณหภูมิห้องน้อยกว่า 25 องศาเซลเซียส จะเก็บไว้ได้นานขึ้น คือประมาณ 4 ชั่วโมงนั่นเอง
  • เก็บใส่กระติกน้ำแข็ง โดยจะเก็บไว้ได้นาน 24 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่คุณแม่ที่ต้องไปทำงาน และใช้เวลาว่างปั๊มนมในที่ทำงานมักจะใช้วิธีนี้

การเก็บในตู้เย็นหลังปั๊มนม

กรณีเก็บนมไว้ในตู้เย็น จะสามารถเก็บไว้ได้นานกว่าการเก็บนอกตู้เย็นเป็นอย่างมาก เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการเก็บนมให้ลูกดื่มเกินกว่า 1 วัน โดยมีวิธีการเก็บดังนี้

  • เก็บในช่องธรรมดา เป็นการเก็บไว้ในช่องปกติที่ไม่ใช่ช่องฟรีซ แต่ควรเลี่ยงอย่าไว้บริเวณประตูตู้ ซึ่งจะเก็บไว้ได้ประมาณ 2-3 วัน
  • ช่องฟรีซในตู้เย็นประตูเดียว โดยการเก็บแบบนี้ จะเก็บไว้ได้นานถึง 2 สัปดาห์ เป็นวิธีการเก็บนมแม่ที่ได้รับความนิยมมาก
  • ช่องฟรีซในตู้เย็น 2 ประตู หรือแบบประตูแยก เป็นวิธีการเก็บที่เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการเก็บนมระยะยาว โดยเก็บได้นานถึง 3 เดือน

การให้ลูกได้กินนมแม่ ไม่ว่าจากเต้าหรือจากการปั๊มนมนั้น ก็ดีทั้งสองแบบ โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ กัน ทั้งเวลาและความสะดวกของแม่ รวมทั้งสุขภาพของลูก เพียงแค่คุณแม่ใส่ใจและตั้งใจที่จะให้ลูกได้กินนมแม่นานที่สุด ก็ย่อมทำให้ลูกได้รับประโยชน์จากนมแม่อย่างเต็มที่แล้ว

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ทำความรู้จักกับสารอาหารในนมแม่ เช็คสิ มีอะไรบ้าง

2.7 วิธีดูแล ทำความสะอาดเต้านม พร้อมกระตุ้นน้ำนมแม่