ลูกมีปาน ทำอย่างไรดีอันตรายหรือไม่? ปานที่เกิดขึ้นบนร่างกายของลูกน้อย อาจทำให้คุณแม่เกิดความกังวลใจ เพราะนอกจากจะดูไม่สวยงามแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะส่งผลให้เกิดอันตรายกับลูกหรือเปล่า ดังนั้นเราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับปานมาฝากคุณแม่กัน ว่าปานแบบไหนที่ปลอดภัยและแบบไหนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

ลูกมีปาน ปานคืออะไร มาทำความเข้าใจกัน

ปานคือ คือจุดสีบนผิวหนัง มีขนาดสีและรูปร่างที่แตกต่างกันตามแต่ชนิดของปาน ซึ่งมักปรากฏในเด็กแรกเกิด และอาจติดตัวไปตลอดชีวิต หรืออาจจางหายไปเองเมื่อเด็กโตขึ้น ทั้งนี้ปานก็มีหลายแบบด้วยกัน โดยจะมีแบบไหนบ้างและอันตรายหรือไม่ก็ต้องมาดูกันเลย

ปานมีกี่แบบ และเกิดจากอะไร

ปานมีหลายแบบ โดยเราจะขออธิบายด้วยการแบ่งเป็นประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1.ปานดำ

เกิดจากเม็ดสีเมลานินที่อยู่ใต้ผิวหนังมีมากเกินไป มีลักษณะเรียบหรือนูนและอาจมีขนขึ้นด้วย โดยอาจมีสีดำ สีน้ำตาล สีน้ำเงิน หรือสีน้ำเงินเทา พบได้บ่อยบริเวณใบหน้า ซึ่งปานดำมีหลายแบบและมีชื่อเรียกแตกต่างกัน ดังนี้

  • ปานสีกาแฟใส่นม จะมีสีแทนหรือน้ำตาล รูปวงรี พบได้ตั้งแต่แรกเกิด และไม่จางหายไป อาจขึ้นเพียง1-2จุด ถ้ามากเกิน 6 จุดอาจเป็นอาการหนึ่งของโรคท้าวแสนปม
  • ปานมองโกเลียน มักมีสีน้ำเงินเทา ขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณหลังส่วนล่างและก้น และจะจางหายไปเมื่อเด็กอายุประมาณ 4 ปี
  • ปานดำแต่กำเนิด มีสีดำเข้มเหมือนไฝ และมีขนาดเล็กจนถึงใหญ่ อาจมีขนาดเล็กลงหรือใหญ่ขึ้นเมื่อเด็กเติบโต

2.ปานแดง

Sponsored

เกิดจากหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังรวมตัวกันและมีขนาดใหญ่ขึ้น กลายเป็นเลือดคั่งบริเวณนั้นๆ ทำให้เห็นเป็นรอยแดงบนผิวหนัง โดยปานแดงก็มีหลายแบบด้วยกัน ดังนี้

  • ปานเส้นเลือดแดง พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด มีสีออกแดงหรือชมพู ลักษณะเรียบ และมักจะจางหายไปเอง แต่ถ้าขึ้นบริเวณหน้าผากอาจต้องรอจนเด็กอายุ 4 ปี ส่วนบริเวณท้ายทอยจะเป็นแบบถาวร
  • ปานสตรอเบอรี่ เป็นปานที่นูน นุ่ม บีบได้ โดยมากจะจางหายไปเมื่อเด็กอายุ 7 ปี แต่ถ้าขยายใหญ่อย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อร่างกายควรพบแพทย์เพื่อผ่าตัดออก
  • ปานแดงเส้นเลือดฝอย ปานที่มีความไวต่อฮอร์โมนในร่างกาย มีขนาดใหญ่และคงอยู่ถาวร มักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้าและคอ

ปานบนตัวลูก อันตรายหรือไม่

ทั้งปานแดงและปานดำ โดยปกติไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อเด็ก ยกเว้นเสียแต่ว่ามีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นกับปานบางชนิด เช่น ปานแดงสตรอเบอรี่ ปานแดงเส้นเลือดฝอย และปานดำแต่กำเนิด ซึ่งคุณพ่อและคุณแม่อาจสังเกตถึงความผิดปกติต่างๆ เช่นเกิดการติดเชื้อ อักเสบ ปานมีขนาดใหญ่ขึ้น สีและรูปร่างเปลี่ยนไป หรือมีเลือดออก ต้องพาไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาต่อไป

เมื่อคุณแม่ได้รู้จักปานแต่ละชนิด และทราบถึงการเฝ้าระวังความผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้ว ก็น่าจะทำให้คุณแม่หายกังวลได้มากขึ้น นอกจากนี้คุณแม่ควรอธิบายให้ลูกได้เข้าใจถึงปานบนตัวลูกด้วยว่า เป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นกับเขา เพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างตัวเขากับเพื่อน ๆ จนเป็นปมด้อยได้นั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ลูกไม่กินข้าว เกิดจากอะไร และวิธีการรับมือ
2.เพราะอะไร ลูกมักอาเจียนหลังดื่มนม และเป็นอันตรายไหม