โรคภัย ไข้เจ็บ เป็นเรื่องที่คุณแม่ทุกท่านกลัวเป็นอย่างมาก เวลาที่ลูกน้อยเกิดการเจ็บป่วยก่อให้เกิดผลเสียต่างๆ ตามมาอย่างมากมายทั้งต่อตัวคุณแม่เองและลูกน้อย แต่สำหรับบางโรคก็ไม่สามารถทำการป้องกันได้ ทางที่ดีที่สุดคือคุณแม่จะต้องศึกษาที่มาของโรค สาเหตุการเกิดโรค และการดูแลป้องกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงโรคหัวโตหรือโรคหัวบาตร ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นต้องไปดูกันเลย

โรคหัวโต คืออะไร

โรคหัวโต Hydrocephalus from Birth เป็นโรคที่มีภาวะโพรงสมองเกิดการคั่งน้ำในเด็กแรกเกิด โรคนี้อาจเกิดจากความผิดปกติหรือความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง หรือไม่ก็อาจเกิดการติดเชื้อในขณะที่อยู่ในครรภ์ของคุณแม่ เช่น คางทูม หัดเยอรมัน ส่งผลให้ทารกเกิดมามีน้ำในสมองมากเกินไป หัวทารกเลยโตผิดปกติ สมองถูกทำลายโดยความเสียหายเหล่านี้อาจเกิดได้แบบถาวร

สาเหตุที่ทำให้ลูกหัวโต

สาเหตุที่แท้จริงทางการแพทย์ยังไม่สามารถหาข้อสรุปหรือวินิจฉัยได้ แต่ภาวะเหล่านี้อาจเกิดขึ้นจากปัญหาด้านสุขภาพหลายๆ อย่าง เช่น

  • เกิดจากความบกพร่องของกระดูไขสันหลัง
  • ลูกน้อยเกิดก่อนกำหนด ( ก่อนสัปดาห์ที่ 31 ของการตั้งครรภ์ ) สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลให้ตัวทารกเจอกับภาวะเลือดออกในสมอง จนไปกีดขวางการทำงานของน้ำที่เข้ามาหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง
  • ถุงน้ำ Arachnoid Cysts) การที่ทารกมีถุงน้ำเกิดขึ้นระหว่างสมองหรือไขสันหลัง กับเยื่อหุ้งสมองชั้นกลาง
  • เกิดจากการกลายพันของโครโมโซม จนกลายเป็นภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง เรียกกันว่า X-linked hydrocephalus
  • เป็นอีกโรคหนึ่งทางพันธุกรรม แต่พบเป็นส่วนน้อย ได้แก่ กลุ่มอาการแดนดี–วอล์กเกอร์ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว

อาการหัวโตในเด็กแรกเกิด

ทารกที่มีหัวโตตั้งแต่กำเนิด จะประกอบไปด้วยลักษณะทางกายภาพที่เด่นชัดดังนี้

  • การที่ลูกน้อยวัยแรกคลอดมีหัวโตผิดปกติ ที่สำคัญมีการขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • คุณแม่จะสังเกตุเห็นว่ากระหม่อมมีความโป่งและตึง มีหนังศีรษะบาง มันวาว สามารถมองเห็นเส้นเลือดได้อย่างชัดเจน
  • ตาทั้ง 2 ข้างของลูกน้อยมองต่ำลง

สำหรับบ้านไหนที่ลูกน้อยเจอกับภาวะหัวโตแต่กำเนิด อาจมีผลกระทบดังนี้

  1. ลูกน้อยมีอาการอาเจียน เบื่ออาหาร ไม่ยอมดูดนม
  2. ร้องไห้บ่อย งอแง อาลวาด หรือตรงกันข้ามคือง่วงซึม นอนทั้งวัน
  3. ร่างกายของทารกขาดความแข็งแรง และความสมดุลด้านความตึงตัว
  4. ลูกน้อยจะขาดการตอบสนองต่อการสัมผัส รวมไปถึงก่อปัญหาในการพัฒนาการตามวัย

วิธีการรักษา

สำหรับทารกที่มีอาการหัวโตแต่กำเนิดนั้นจะต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด ด้วยวิธีการผ่าตัดเพื่อลดแรงกดทับของสมองและป้องกันไม่ให้สมองได้รับความเสียหาย การรักษาลูกน้อยที่อยู่ในภาวะหัวโตมีวิธีการดังนี้

1. รักษาโดยการผ่าตัดระบายน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง ทางคุณหมอจะมีการใส่ท่อระบายน้ำที่ยาวและยืดหยุ่นได้ มีลิ้นปิดเปิดเพื่อที่ของเหลวในสมองจะได้ไหลในทิศทางและความเร็วที่เหมาะสม และร่างกายจะได้ดึงน้ำไปหล่อเลี้ยงในปริมาณที่สมดุลกับความต้องการของร่างกายลูกน้อย สำหรับทารกที่เป็นโรคนี้จะต้องใส่ท่อระบายน้ำไปตลอดชีวิต

2. บางเคสอาจมีการรักษาด้วยวิธีการอื่นๆ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาในการกิดภาวะแทรกซ้อน

3. ลูกน้อยที่มีอาการหัวโตแต่กำเนิดจะต้องเข้ารักษาจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่กำเนิด ได้แก่ กุมารแพทย์ แพทย์ประสาทสำหรับทารกโดยเฉพาะ นักบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ เป็นต้น

Sponsored

วิธีการป้องกัน

สำหรับโรคหัวโต จะไม่มีวิธีการป้องกันที่ชัดเจน คือเป็นภาวะที่ไม่สามารถป้องกันได้ คุณแม่จะต้องไปฝากครรภ์ทันที่ที่รู้ว่าตั้งท้อง เพื่อที่จะได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หมั่นไปพบแพทย์ตามนัด เพื่อรับการตรวจร่างกายของคุณแม่และลูกน้อยอย่างละเอียด และลดความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด รวมไปถึงป้องกันการเกิดปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆตามมาอีกมากมาย

ภาวะแทรกซ้อน และอันตรายที่ต้องระวัง

ลูกน้อยที่เป็นโรคหัวโตจะมีปัญหาการพัฒนาการด้านสติปัญญาและร่างกายบกพร่อง ถ้าไม่ได้รุนแรงอะไรมากและได้รับการดูแลรักษาที่ดี ภาวะแทรกซ้อนก็จะน้อยลงตามลำดับ แต่ก็ยังไว้วางใจไม่ได้สำหรับลูกน้อยที่เป็นโรคหัวโตอาจส่งผลในระยะยาวได้เช่น ปัญหาในด้านความจำและการเรียนรู้ ความสนใจในสิ่งต่างๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ การเจ็บป่วย โรคต่างๆ เป็นต้น

ในส่วนของเด็กที่เป็นโรคหัวโตและได้รับการผ่าตัดก็สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เช่นกัน โดยการใส่สายระบายน้ำหล่อเลี้ยง อาจหยุดการทำงานหรือควบคุมน้ำได้ไม่ดี เพราะเครื่องมือทำงานผิดปกติ อุดตัน และมีการติดเชื้อ

สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์แนะนำเลย ให้รีบไปฝากท้องกับคุณหมอเพื่อได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ทางคุณหมอจะมีการตรวจสุขภาพแม่และลูกน้อยว่าปกติสมบูรณ์หรือมีเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ หรือไม่ แม้ว่าจะไม่ใช่วิธีการป้องกันโรคหัวโต 100% แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ทำความรู้จักกับสารอาหารในนมแม่ เช็คสิ มีอะไรบ้าง

2.7 วิธีดูแล ทำความสะอาดเต้านม พร้อมกระตุ้นน้ำนมแม่