เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์แล้ว สิ่งที่คุณแม่หลายคนรอคอยมากที่สุด ก็คือการดิ้นของลูก โดยจะคิดอยู่เสมอว่า ลูกดิ้นตอนกี่เดือน กันนะ ยิ่งถ้าเป็นท้องแรกด้วยแล้ว อาจทำให้คุณแม่และคุณพ่อหลายคนถึงกับน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันใจเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นมาทำความเข้าใจกับการดิ้นของลูกในท้อง และการสังเกตการดิ้นของลูกจากบทความนี้กันเลย เพื่อจะได้เข้าใจและเตรียมรับมือได้ทันหากลูกไม่ดิ้นตามกำหนดนั่นเอง

ลูกดิ้น หมายถึงอะไร

ปกติแล้ว ในทางการแพทย์ อาการลูกดิ้น หรืออาการดิ้นของทารกในครรภ์ บ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีของทารกน้อย ความรู้สึกของคุณแม่ อาจคล้ายกับว่าถูกปลาตอดอยู่ในท้อง บางครั้งอาจรู้สึกน้อย บางครั้งอาจรู้สึกแรง และในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ อาจเห็นได้ชัดเจนว่า มือหรือเท้าของลูก กำลังดันท้องของคุณแม่อยู่ ที่สำคัญคุณแม่สามารถรับรู้การดิ้นของลูกได้ทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืนเลยทีเดียว

ลูกดิ้นตอนกี่เดือน คุณแม่จำเป็นต้องรู้

อันที่จริง ถ้าตัวอ่อนเจริญเติบโตสมบูรณ์ มีหัวใจ มีแขนมีขา ก็จะเริ่มขยับร่างกายได้แล้ว เพียงแต่ด้วยขนาดตัวที่เล็ก จึงอาจทำให้คุณแม่ไม่รู้สึกตัวว่าลูกดิ้น แต่เมื่อพ้นระยะเดือนที่ 4 ไป คราวนี้คุณแม่ก็จะเริ่มรู้สึกได้แล้ว แต่ทั้งนี้ ร่างกายของคุณแม่ก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้รู้ว่าลูกดิ้นเร็ว กล่าวคือ หากคุณแม่มีร่างกายผอมบางมาก่อนตั้งครรภ์ จะรู้สึกเร็วกว่าคุณแม่ที่มีหุ่นเจ้าเนื้อ ช่วงระยะเวลาที่สังเกตได้มากที่สุด ก็คือช่วงเวลากลางคืน ยิ่งถ้าคุณแม่ไม่ได้ทานอาหารอะไร ก็จะเกิดการบีบตัวของลำไส้ และอาจทำให้เกิดเสียงท้องร้อง เสียงนี้จะไปปลุกเจ้าตัวน้อยในครรภ์ให้ขยับตัว และส่งผลให้เกิดอาการลูกดิ้นตามมา ทั้งนี้หาก 4 เดือนแล้วลูกยังไม่ดิ้นก็ไม่ต้องกังวล เพราะบางคนก็อาจสัมผัสถึงการดิ้นของลูกได้ตอนอายุครรภ์ 6 เดือน แต่ถ้าหลังจากนี้ลูกยังไม่ดิ้นอีก ก็ควรปรึกษาหมอโดยด่วน

วิธีการสังเกต ว่าลูกดิ้นแบบไหนคือสุขภาพแข็งแรง

สำหรับการดิ้นของลูกในแต่ละวัน จะอยู่ที่ 200 ครั้งขึ้นไป ยิ่งถ้าอายุครรภ์มาก ลูกก็จะยิ่งดิ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ และอาจได้ถึง 700 ครั้งต่อวันในช่วงอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ แต่เมื่อช่วงใกล้คลอด จำนวนการดิ้นของลูกจะลดน้อยลงไป เนื่องจากมีการเจริญเติบโตขึ้นมาจนไม่เหลือพื้นที่ให้ขยับตัว สำหรับวิธีการสังเกตสุขภาพของเขาจากการดิ้น ควรเริ่มทำเมื่อพ้นสัปดาห์ที่ 28 ขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่การดิ้นของลูกจะเป็นจังหวะและคงที่ ง่ายต่อการสังเกต โดยวิธีการสังเกตหรือการนับ มีดังต่อไปนี้

  • จดบันทึกทุกครั้งที่รู้สึกว่าลูกดิ้น วิธีนี้ต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมงต่อเนื่องในการนับ เพราะฉะนั้นคุณแม่อาจจะต้องสละเวลาทั้งวัน ถ้าหากทำกิจกรรมอื่น ๆ ก็อาจจะทำให้ไม่สามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าลูกดิ้นหรือไม่ โดยให้บันทึกทุกครั้งที่ลูกดิ้นในระยะเวลา 6 ชั่วโมง
  • จดบันทึกหลังมื้ออาหาร วิธีนี้สะดวกและง่ายกว่าวิธีแรก เพียงแค่จดบันทึกหลังจากทานอาหารอิ่ม ช่วงนี้ลูกจะได้รับสารอาหารและพลังงานจากการทานของคุณแม่ จะมีแรงดิ้นมากกว่าปกติ วิธีสังเกตคือ หาก 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น ลูกดิ้นมากกว่า 3 ครั้งถือว่าปกติ แต่ถ้าหากไม่ถึง ให้นับอีก 1 ชั่วโมง และถ้ายังไม่ได้อีก ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

สรุปง่ายๆ คือ หากลูกดิ้นน้อยกว่า 3 ครั้งใน 1 ชั่วโมง ต้องรีบนับต่อทันทีอีก 1 ชั่วโมงเพราะลูกอาจจะหลับอยู่ และถ้าหากครบ 2 ชั่วโมง ลูกดิ้นไม่ถึง 6 ครั้ง ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น

การดิ้นของลูกเป็นสิ่งสำคัญ ที่คุณแม่จะมองข้ามไม่ได้เด็ดขาด เพราะฉะนั้นคุณแม่จึงจำเป็นต้องรู้ว่าลูกควรดิ้นตอนกี่เดือน และหากถึงกำหนดแล้วลูกยังไม่ดิ้น ก็ต้องไปหาหมอทันทีเพื่อตรวจหาความผิดปกติของลูกน้อยในครรภ์ หรือแม้แต่จะสัมผัสการดิ้นของลูกได้แล้ว ก็ยังคงต้องนับและสังเกตการณ์ดิ้นอยู่เสมอ เพราะนั่นจะเป็นสัญญาณบ่งบอกได้ว่า ลูกรักของคุณยังปกติดีหรือกำลังอยู่ในภาวะอันตรายนั่นเอง

Sponsored

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.แม่ท้องเป็นหัดเยอรมัน จะเป็นอันตรายไหม

2.ไข้กาฬหลังแอ่นในเด็ก อีกหนึ่งโรคร้ายที่พ่อแม่ต้องระวัง