ลูกน้อยตื่นกลางคืนบ่อย คุณแม่บางท่านอาจเกิดความสงสัยว่า ทำไมลูกน้อยถึงตื่นบ่อยเวลากลางคืน แล้วมีวิธีใดบ้างช่วยให้ลูกน้อยยอมนอน และไม่ตื่นมากลางดึก

ลูกน้อยตื่นกลางคืนบ่อย

ในวันนี้เรามีวิธีช่วยให้ลูกน้อยนอนเร็วขึ้นและนอนหลับตลอดทั้งคืนมาฝากค่ะ แต่ก่อนอื่นคุณแม่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการนอนของเด็ก ว่าพวกเขานั้น มีพฤติกรรมการนอนเป็นอย่างไร

ปัญหาการนอนของเด็กนั้น พบบ่อยมาก ปัญหาการนอนของลูกอาจเริ่มตั้งแต่รับลูกมาจากโรงพยาบาลจนบางทีไปถึงวัยอนุบาลก็ได้ ดังนั้น คุณแม่มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการนอนของลูกกันดีกว่าค่ะ

ลูกน้อยตื่นกลางคืนบ่อย กับพฤติกรรมการนอนของเด็กแต่ละช่วง

การนอนนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการเด็ก จากการศึกษาวิจัย ทำให้ทราบได้ว่า ทารกจะใช้เวลากับการนอนมากถึง 16 ชั่วโมงต่อวัน โดยจะตื่นร้องทุก ๆ 3 – 4 ชั่วโมง ซึ่งอาจเกิดจากความหิว เนื่องจากเด็กทารกจำเป็นต้องดูดนมทุก 3 – 4 ชั่วโมง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทารกจะตื่นเวลากลางคืน ในช่วงนี้คุณพ่อ คุณแม่ต้องทำใจค่ะ เพราะอาจจะเหนื่อยสักหน่อย

แต่พอลูกเริ่มโตขึ้น พวกเขาก็จะหลับกลางคืนได้นานขึ้น ซึ่งพบว่าประมาณ 70% ของเด็กอายุ 3 เดือนจะเริ่มหลับยาวได้เกือบตลอดคืน และเมื่ออายุ 4 เดือน เด็กหลายคนจะหลับต่อเนื่องได้ถึง 8 ชั่วโมง ในช่วงเวลานี้ คุณพ่อ คุณแม่ก็สามารถพักผ่อนได้มากขึ้น

สำหรับเด็กส่วนหนึ่งที่ยังตื่นกลางดึกแล้วร้องไห้ สาเหตุหลักอาจเกิดจากการที่คุณแม่ให้นมลูกบ่อยเกินไป อย่างเช่น ในเวลากลางวัน คุณแม่ให้นมลูกทุก 1 – 2 ชั่วโมง หรือให้นมทุกครั้งที่ลูกร้องไห้ จนทำให้ลูกเกิดความเคยชิน และทำให้รู้สึกหิวทุก ๆ 1 – 2 ชั่วโมง เป็นผลทำให้เวลากลางคืนลูกตื่นมาร้องไห้บ่อย เพื่อขอกินนมนั่นเอง

อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดจากการคุณพ่อ คุณแม่ตอบสนองต่อการตื่นของลูกทุกครั้งด้วยการให้นม อันนี้พบมากเช่นกัน เพราะเวลากลางคืน หากลูกร้อง ไม่ว่าจะร้องดัง หรือแค่ร้องเบา ๆ คุณแม่ก็รีบเอาขวดนมใส่ปากทันที ถ้าคุณแม่ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เด็กจะถูกฝึกให้ตื่นมากินนมเวลากลางคืนไปตลอด ที่นี้แทนที่ลูกน้อยจะหลับยาว ๆ ตามวัย กลับต้องตื่นมาร้องขอกินนมทุกคืน ทำให้คุณพ่อ คุณแม่อดหลับอดนอนทุกวันได้

ความเข้าใจผิด ๆ มีผลต่อการตื่นนอนกลางคืนของลูกได้

Sponsored

การที่คุณแม่เอาขวดนมใส่ปากแล้วเด็กหยุดร้องชั่วคราวนั้น เกิดจากกลไกทางระบบประสาทที่เรียกว่ารีเฟลกซ์ (Sucking reflex) เมื่อมีวัตถุเช่น จุกนม หรือหัวนมแม่เข้ามาสัมผัสในปาก ระบบประสาทจะสั่งให้เกิดการดูดโดยอัตโนมัติ เมื่อต้องดูดก็ต้องหยุดร้อง เพราะไม่มีใครสามารถดูดไปร้องไปในเวลาเดียวกันได้ ด้วยเหตุนี้ คุณแม่หลายคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าลูกร้องเพราะหิว เมื่อคุณแม่เอานมใส่ปากทีไร ลูกก็หยุดร้องทันที การทำอย่างนี้ถือเป็นเรื่องที่ผิด เด็กจะถูกฝึกให้คุ้ยเคยกับการตื่นขึ้นมาดูดนมก่อนนอนทุกคืน ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เมื่อลูกน้อยร้องกลางคืน คุณแม่ควรปฏติบัติตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจสอบความสะอาดของลูก อย่างเช่น ก้นลูกเปียกอุจจาระ ปัสสาวะหรือไม่ อาการรอบตัวร้อน หรือเย็นเกินไปหรือไม่ ถ้าไม่เจอสาเหตุดังกล่าว คุณแม่ลองตบก้นให้หลับ หรืออุ้มปลอบดูก่อน ถ้าไม่หยุดจริง ๆ อาจให้ดูดน้ำจากขวดนม ซึ่งเด็กหลายคนจะหลับต่อ โดยไม่ต้องให้นม
  2. ให้ลูกหลับบนเบาะหรือเตียงเสมอ ไม่ควรอุ้มเดินให้เด็กหลับคาอกแล้วจึงเอาไปวางบนเบาะ ซึ่งคุณพ่อ คุณแม่หลายคนมักจะอุ้มลูกไปมา เป็นชั่งโมง ๆ ให้ลูกหลับคาอก ซึ่งอย่างนี้ก็เป็นการฝึกนิสัยที่ไม่ถูกต้องอีกเช่นกัน เพราะเมื่อลูกโตขึ้น น้ำหนักตัวก็จะมากขึ้น คุณพ่อ คุณแม่อาจเกิดอาการเมื่อยล้าได้ หากต้องอุ้มลูกทุกคืนเป็นชั่วโมง
  3. จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอนหลับ อย่างเช่น เงียบ ไม่มีเสียงรบกวน ปรับอาหารให้เย็นสบาย ปิดไฟมืด ไม่ควรเปิดไฟ หรือเปิดทีวีในห้องนอนทิ้งไว้ อย่างนี้ถึงจะช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับต่อตลอดคืนได้

ที่สำคัญ ก่อนพาลูกเข้านอนไม่ควรกระตุ้นลูกมากเกินไป คุณพ่อ คุณแม่บางท่านอาจทำงานหนักกลับบานดึก และต้องการเล่นกับลูก การเล่นถือเป็นเรื่องดี แต่ไม่ควรมากจนกลายเป็นการกระตุ้นลูกให้นอนไม่หลับ หรือหลับไปแล้วตื่นมากลางดึก เพราะจะทำให้ลูกน้อยนอนผวาจนนอนไม่ได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ที่เคยปฏิบัติกับลูกแบบผิด ๆ สามารถปรับเปลี่ยนใหม่ได้ โดยการที่คุณพ่อ คุณแม่ ค่อย ๆ ถอนการตอบสนองออกทีละอย่าง เริ่มไม่พาลูกเดินรอบห้อง ประมาณ 2 – 3 วันต่อมา คุณแม่เริ่มไม่เปิดไฟ ไม่พูดคุย พยายามให้หลับบนที่นอนตัวเอง และพยายามไม่อุ้มขึ้นมาไว้บนอก หลังจากนั้นอีก 2 – 3 วัน คุณแม่ค่อย ๆ ลดความถี่ในการให้นมขวด หรือเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าแทน ควรลดปริมาณนมจาก 4 ขวดต่อคืน เป็น 3, 2, 1 ขวดใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เป็นการฝึกให้ลูกรู้ว่าเวลากลางคืนเป็นเวลานอนไม่ควรตื่นมากินนมนั่นเอง

ทั้งนี้ คุณพ่อ คุณแม่ต้องพยายามช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยกัน เพื่อให้สำเร็จและต้องทำอย่างใจเย็น เมื่อลูกร้องไห้ ก็ควรปลอบหรืออุ้มพอประมาณไม่ควรอุ้มเป็นเวลานานหลายชั่วโมง เมื่อลูกเริ่มหยุดร้องคุณแม่ควรพาลูกนอนบนเบาะส่วนตัวของเขา เพื่อฝึกให้เด็กนอนหลับได้เร็วขึ้นบนที่นอนของตนเองค่ะ

Source : http://breastfeeding.support

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/