เมื่อ ลูกปวดท้อง ไม่สบายท้องบ่อยครั้ง หรือเป็นขึ้นมาแบบฉับพลัน คงทำให้คุณแม่เป็นกังวลใจอยู่บ้าง ซึ่งอาการไม่สบายท้องนั้นก็มีหลายแบบ และเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่าสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยเกิดอาการไม่สบายท้องนั้นคืออะไร เพื่อรักษาและป้องกันได้ถูกวิธีนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้ ลูกปวดท้อง ไม่สบายท้อง

ลูกปวดท้อง หรือไม่สบายท้องเกิดจากอะไร คุณแม่สามารถสังเกตได้จากอาการของลูก ซึ่งก็มีสาเหตุที่พบมากที่สุดดังนี้

1.ท้องอืด

อาการท้องอืด มักเกิดกับเด็กเล็กที่ยังดูดขวดนมอยู่ ซึ่งขณะที่เด็กดูดนมนั้นจะมีลมเข้าไปในท้องด้วย ทำให้เกิดลมดันอยู่ในลำไส้ ลูกจึงรู้สึกไม่สบายท้อง โดยคุณแม่สามารถสังเกตเห็นถึงอาการได้ว่า ท้องของลูกจะป่องแข็ง ร้องงอแง และบิดตัวไปมาตลอดเวลา ซึ่งคุณแม่จะต้องช่วยให้ลูกได้ผายลมออกมา หรือให้ลูกกินยาแก้ท้องอืดสำหรับเด็ก ก็จะลดอาการท้องอืดลงได้ดี

2.ท้องผูก

เด็กส่วนใหญ่มักไม่ชอบทานผัก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ท้องผูก และเกิดอาการไม่สบายท้อง ซึ่งเมื่อท้องผูกจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย โดยเมื่อไม่ได้ถ่ายท้องมาหลายวัน จะทำให้อุจจาระมีก้อนใหญ่และแข็ง เวลาถ่ายจึงทำให้ปวดเกร็งในท้อง หรือแม้ว่าจะถ่ายทุกวันแต่อุจจาระออกมาเป็นก้อนเล็กๆ คล้ายลูกกระสุน ก็ทำให้เกิดอาการปวดท้องบ่อยๆ ได้ ดังนั้นคุณแม่ควรให้ลูกทานอาหารที่มีกากใยเยอะๆ และดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อลดอาการท้องผูกนั่นเอง

ลูกท้องผูก บรรเทาได้ด้วยวิธีนี้

3.ติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร

อีกสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อย ทำให้ลูกปวดท้อง โดยจะมีอาการอาเจียน ไข้ขึ้น และถ่ายเหลวร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากอาหารเป็นพิษ ดังนั้นคุณแม่จึงควรระมัดระวังเรื่องการทานอาหาร โดยเฉพาะการทานอาหารนอกบ้าน ควรเลือกที่ปรุงสุกใหม่ๆ และมั่นใจได้ว่าสะอาด ถูกหลักอนามัยจริง

4.แผลในกระเพาะอาหาร

เมื่อเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า H.pylori จะทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง โดยจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แสบร้อนกลางหน้าอก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซึ่งมักเกิดกับเด็กโต โดยโรคนี้จะทำให้เด็กปวดท้องอย่างมากจนไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ได้ คุณแม่จึงควรรีบพาลูกไปพบแทย์

5.กรดไหลย้อน

อาการกรดไหลย้อนในเด็กเล็กนั้น เกิดจากกระเพาะอาหารของลูกยังทำงานไม่สมบูรณ์  เมื่อลูกดูดนมหรือทานอาหารเข้าไปก็จะทำให้เกิดกรดไหลย้อนขึ้นมาได้ โดยเด็กจะร้องกวน แหวะนมหรืออาเจียนออกมาบ่อยๆ ซึ่งคุณแม่ควรช่วยให้ลูกได้เรอหลังมื้ออาหารทุกครั้ง ส่วนอาการกรดไหลย้อนในเด็กโตนั้น จะมีอาการปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ ปวดแสบที่ยอดอก เรอเปรี้ยว คลื่นไส้ และอาเจียน

ลูกเป็นกรดไหลย้อน ทำไงดี คลิกเลย

6.ลำไส้กลืนกัน

สาเหตุที่พบได้บ่อยซึ่งทำให้เด็กเล็กปวดท้อง นั่นก็คือโรคลำไส้กลืนกัน โดยเด็กจะมีอาการปวดท้อง มือเท้าเกร็ง ท้องอืด อาเจียนบ่อยจนมีน้ำดีปนออกมา  ถ่ายเป็นมูกเลือด และร้องไห้งอแง ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินอาจรุนแรงจนลำไส้ทะลุ เกิดติดเชื้อในกระแสเลือด และเสียชีวิตได้ ดังนั้นควรเร่งทำการรักษาอย่างเร่งด่วน

โรคลำไส้กลืนกัน เป็นอย่างไร ต้องคลิก

7.ลำไส้อักเสบ

ในเด็กเล็กที่เป็นโรคลำไส้อักเสบ จะมีอาการอาเจียน ถ่ายเหลว ซึม ไม่ดูดนม ร้องกวน อาจมีหรือไม่มีไข้ ซึ่งถ้าคุณแม่ปล่อยปะไม่ดูแล จะทำให้เด็กมีอาการรุนแรง อย่างเช่น ขาดน้ำ ช็อกและเสียชีวิตได้ในที่สุด

Sponsored

8.ไส้ติ่งอักเสบ

โรคนี้มักพบบ่อยในเด็กโต โดยเด็กจะปวดท้องอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะปวดท้องทางด้านขวาล่าง ร่วมกับมีอาการอาเจียน และเป็นไข้ ซึ่งคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อนจนถึงแก่ชีวิตได้

ไส้ติ่งอักเสบในเด็ก อันตรายอย่างไร

วิธีบรรเทาอาการไม่สบายท้องในเด็ก

หากลูกมีอาการไม่สบายท้อง คุณแม่สามารถบรรเทาอาการป่วยของลูกได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.หาสาเหตุให้เจอ

จะบรรเทาอาการไม่สบายท้องให้กับลูกน้อยได้ คุณแม่จะต้องรู้สาเหตุที่ทำให้ลูกปวดท้อง ไม่สบายท้องก่อน โดยสังเกตจากอาการของลูกว่าน่าจะเกิดจากอะไร เช่น ท้องผูก ท้องอืด หรือเป็นโคลิก เป็นต้น ซึ่งเมื่อเจอสาเหตุแล้วคุณแม่ก็จะสามารถบรรเทาอาการปวดท้องของลูกได้อย่างตรงจุดมากขึ้น

2.รักษาให้ถูกวิธี

ทราบสาเหตุแล้ว คุณแม่ก็จะต้องรักษาให้ถูกวิธี เช่น หากลูกท้องอืด ก็ต้องให้ลูกทานยาแก้ท้องอืดและนวดวนบนหน้าท้องเบาๆ จะช่วยลดอาการไม่สบายท้องลงได้ หรือหากเป็นเพราะลูกท้องผูก ก็พยายามให้ลูกขับถ่ายออกมานั่นเอง

3.พาลูกไปพบแพทย์

ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่คุณแม่หาสาเหตุไม่เจอ ไม่แน่ใจว่าลูกเป็นอะไรกันแน่ หรือดูแลรักษาแล้วแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที

อาการปวดท้องในเด็ก

แนวทางการป้องกัน

ป้องกันอย่างไรดี ไม่ให้ลูกปวดท้องหรือไม่สบายท้องบ่อย โดยเราก็มีคำแนะนำมาฝากกันดังนี้

  1. กรณีที่ลูกดื่มนมแม่ คุณแม่ควรเลี่ยงอาหารรสจัด น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารทุกชนิดที่อาจทำให้ลูกมีอาการไม่สบายท้องได้ รวมถึงนมวัวด้วย
  2. ให้ลูกดูดนมแม่อย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกดูดอากาศเข้าท้องมากเกินไป ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกไม่สบายท้องได้
  3. หากลูกทานอาหารได้แล้ว คุณแม่ต้องสังเกตว่าลูกทานอาหารอะไรแล้วมีอาการไม่สบายท้องหรือไม่ ซึ่งควรเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
  4. อย่าให้ลูกน้อยวัยก่อน 6 เดือน ทานอาหารอื่นนอกจากนมแม่ เนื่องจากระบบย่อยอาหารและลำไส้ของลูกยังทำงานได้ไม่ดีพอ จึงอาจเกิดลำไส้อุดตันและเป็นอันตรายได้
  5. ล้างขวดนมให้สะอาด และนึ่งขวดนมฆ่าเชื้ออยู่เสมอ เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคมาสู่ลูกน้อยโดยไม่รู้ตัว
  6. ควรให้ลูกดื่มน้ำที่สะอาดและต้มสุกแล้วเท่านั้น รวมถึงน้ำที่นำมาชงนมก็ต้องเป็นน้ำต้มสุกเช่นกัน

สรุป

เนื่องจากการที่ลูกปวดท้องหรืออาการไม่สบายท้อง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นคุณแม่ควรสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ไม่ยังไม่สามารถพูด และอธิบายได้ นอกจากนี้การพาลูกไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ได้รักษาอย่างถูกต้อง และทันท่วงทีก็จะทำให้ลูกหายป่วยได้ในเร็ววัน

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.หัดกุหลาบ โรคนี้เป็นอย่างไร อันตรายต่อลูกน้อยมากแค่ไหน

2.โรคภูมิแพ้ตัวเอง คุณแม่รู้ไหม ลูกน้อยก็อาจเป็นได้