เด็กๆ กับของหวานเป็นของคู่กัน แต่ถ้าปล่อยให้ลูกติดกินรสหวานมากเกินไป ก็อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของลูกในอนาคตได้เหมือนกัน ดังนั้นเรามารับมือและป้องกันไม่ให้ ลูกติดหวาน กันดีกว่า แต่ก่อนอื่นไปดูสาเหตุที่ทำให้เด็กติดหวานกันก่อนเลย

สาเหตุที่ทำให้ ลูกติดหวาน

ในแต่ละช่วงวัย ถ้าคุณแม่จัดอาหารที่ไม่เหมาะสมให้แก่ลูก ก็ย่อมมีโอกาสที่ลูกจะติดหวานได้ โดยในช่วงแรกเกิดถึง 1 ปีนั้น เด็กควรรับรสเพียงรสจืดเท่านั้น ดังนั้นการให้นมแม่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ส่วนการให้นมผงดัดแปลง อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กติดหวานได้ สำหรับเด็กในช่วง 1 ปีขึ้นไป เมื่อเด็กรู้จักรสหวานจากนมแล้ว ถ้าคุณแม่ยังหยิบยื่นขนมขบเคี้ยวและน้ำหวานให้อยู่ ก็จะยิ่งทำให้ลูกติดกินหวานมากขึ้น จนกระทั่งเด็กเข้าเรียน เมื่อเขาเห็นโฆษณาขนมที่มาพร้อมของเล่น ก็ยิ่งทำให้เด็กอยากซื้อกิน และถ้าคุณแม่ไม่ปฏิเสธก็จะยิ่งทำให้เขาติดกินหวานมากขึ้นนั่นเอง

ลูกติดหวาน อันตรายแค่ไหน

เมื่อเด็กๆ ติดกินหวานมากเกินไป ก็จะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

1.โรคอ้วน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอ้วนในเด็กก็คือการกินอาหารที่ไม่ถูกหลัก โดยเฉพาะการเลือกกินแต่ขนม ไม่ว่าจะเป็นเค้ก คุกกี้ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม ซึ่งจะทำให้เด็กมีภาวะน้ำหนักเกินได้ อีกทั้งโรคอ้วนยังทำให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาอีกด้วย เช่น โรคความดันโลหิตสูง หัวใจ เบาหวาน ตับอักเสบ เป็นต้น และยิ่งถ้าลูกได้รับพันธุกรรมโรคอ้วนมาด้วยแล้ว ยิ่งต้องระวังการเลือกทานอาหารมากเป็นพิเศษ

2.ปวดท้อง

การหมักหมมของน้ำตาลในกระเพาะอาหารที่มากจนเกินไป ทำให้เกิดการผลิตกรดและแก๊สขึ้น และเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการท้องอืดและปวดท้องได้อีกด้วย ดังนั้นอย่ามองข้ามขนมหวานที่ลูกกิน เพราะอาจเป็นตัวการทำให้ลูกเจ็บป่วยนั่นเอง

3.ฟันผุ

เด็กที่กินแต่ของหวานๆ มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับช่องปากและฟัน เนื่องจากน้ำตาลเป็นต้นเหตุทำให้เกิดฟันผุนั่นเอง ดังนั้นคงจะดีกว่าถ้าพ่อแม่จะใส่ใจการกินอาหาร รวมทั้งการดูแลช่องปากและฟันของลูกหลังทานอาหารเป็นประจำด้วย

5 เทคนิครับมือ เมื่อลูกติดหวาน

เมื่อลูกติดหวาน จะมีวิธีแก้ไขอย่างไรกันบ้าง มาติดตามดูกันเลย

1.ลดกินของหวาน

การปลูกฝังให้ลูกมีพฤติกรรมการทานอาหารที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก โดยไม่ให้กินของหวาน จะทำได้ง่ายกว่าการสั่งสอนเมื่อเด็กโตแล้ว แต่ถ้าลูกเกิดติดหวานไปแล้ว สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือต้องพยายามค่อยๆ ลดปริมาณของหวานลง เช่น เปลี่ยนจากขนมกรุบกรอบระหว่างมื้ออาหารเป็นผลไม้แทน

2.พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี

การเรียนรู้ของลูกคือการเลียนแบบจากการกระทำของพ่อแม่ พ่อแม่ต้องไม่เพียงแต่พูด แต่ต้องทำให้ลูกเห็นเป็นแบบอย่างด้วย โดยการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เป็นประจำ ลูกก็จะทำตามเอง แถมวิธีนี้จะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกว่าถูกบังคับอีกด้วย

3.เลือกอาหารที่มีประโยชน์มาให้ลูก

เพราะเด็กยังเล็กนัก จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องสรรหาอาหารที่มีประโยชน์มาให้ลูกๆ เช่น การเลือกนมรสจืดแทนนมรสช็อกโกแลต การจัดอาหารที่มีผักผลไม้เป็นเมนูประจำ การปรุงอาหารด้วยรสชาติอ่อนๆ เป็นต้น

4.กล่าวชมเชย

เมื่อลูกสามารถลดการกินของหวานลงได้ พ่อแม่ควรให้คำชื่นชมทันที เพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกอยากจะเลิกกินของหวานเองได้ในที่สุด

5.ทำข้อตกลงร่วมกัน

ในช่วงแรกที่ต้องการให้ลูกลดของหวานลง อาจต้องมีการตั้งข้อตกลงกับลูกเสียก่อน เพื่อให้ลูกได้เตรียมตัว และค่อยๆ ปรับตัว เช่น ปกติกินขนมระหว่างมื้อ ก็กำหนดใหม่ว่าให้กินวันเว้นวันแทน โดยปรับเปลี่ยนเป็นผลไม้ จนลูกสามารถกินผลไม้เป็นอาหารว่างได้ทุกวัน

Sponsored

แนะนำการเลือกโภชนาการที่ดี ให้กับลูกรัก

เพื่อไม่ให้ลูกติดหวาน พ่อแม่จำเป็นต้องดูแลเรื่องอาหารของลูกน้อย ดังต่อไปนี้

1.เด็กแรกเกิดจนมีอายุ 6 เดือน

สำหรับเด็กวัยนี้คุณแม่ควรให้ลูกได้กินนมแม่ ซึ่งในนมแม่นั้นมีสารอาหารเช่น โปรตีน โซเดียม แคลอรี่ และไขมัน อย่างเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต แต่ถ้าใครไม่สามารถให้นมแม่ได้ ก็ยังมีนมผงที่เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดเป็นการทดแทน

2.เด็กวัย 6 ถึง 9 เดือน

เด็กวัยนี้เริ่มทานอาหารเสริมแล้ว คุณแม่สามารถให้อาหารเสริมควบคู่ไปกับนม โดยอาหารที่ทำนั้น เน้นรสธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งรสชาติอาหารแต่อย่างใด

3.เด็กวัย 9 ถึง 12 เดือน

เด็กในวัยนี้เริ่มทานอาหารได้มากขึ้น ซึ่งนอกจากนมแล้ว คุณแม่สามารถให้เด็กได้รับรสชาติอื่นๆ อย่างผลไม้ซึ่งมีรสหวานตามธรรมชาติ โดยจัดเป็นอาหารว่างระหว่างมื้อได้ แต่ก็ไม่ควรหวานจนเกินไป เช่น กล้วย มะละกอ เป็นต้น

4.เด็กวัย 1 ปีขึ้นไป

ในช่วงนี้เด็กทานอาหารครบ 3 มื้อเหมือนผู้ใหญ่แล้ว จึงควรจัดอาหารให้ลูกได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ แต่ยังคงเน้นรสชาติแบบธรรมชาติอยู่ หรือปรุงรสชาติให้น้อยที่สุด โดยนมจะไม่ใช่อาหารหลักของเด็กอีกต่อไป แต่เป็นเพียงอาหารเสริมระหว่างมื้อแทน

เมื่อลูกติดกินหวานแล้ว คุณแม่และคุณพ่ออาจต้องให้เวลาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินของลูกสักหน่อย นอกจากนี้การได้รับกำลังใจที่ดีจากพ่อแม่ ก็มีโอกาสที่จะทำให้ลูกประสบความสำเร็จในการเลิกติดหวานได้อีกด้วย

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.10 อาหารเพิ่มน้ําหนักลูก เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักน้อย

2.อาหารที่แม่กิน มีผลต่อการสร้างน้ำนม จะเลือกกินอย่างไรดี