กล้วย แม้ว่าจะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์เพราะให้คุณค่าทางอาหารมากมาย แต่ก็คงไม่เหมาะถ้านำมาป้อนกับทารกอายุก่อน 6 เดือน เพราะ อันตรายจากการป้อนกล้วยเด็ก วัยนี้นั้นไม่ใช่น้อยๆ เลย ซึ่งช่วงวัยนี้คุณแม่ควรให้นมแม่เป็นหลัก เพราะนมแม่นั้นมีสารอาหารหลากหลายและเพียงพอกับลูกน้อยอยู่แล้ว เราไปดูกันดีกว่าว่า การป้อนกล้วยเด็กต่ำกว่า 6 เดือน มีอันตรายอย่างไรบ้าง

ทำไม จึงไม่ควรป้อนกล้วยเด็กต่ำกว่า 6 เดือน

ในช่วงวัยทารกแรกเกิดจนถึง 6 เดือน คุณหมอมักจะให้คำแนะนำว่า ทารกควรได้รับนมแม่ ส่วนการป้อนกล้วย รวมทั้งอาหารเสริมอื่นๆ ควรเริ่มเมื่อทารกมีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป เนื่องจากระบบย่อยอาหารของทารกยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดอันตรายกับเด็กได้

อันตรายจากการป้อนกล้วยเด็ก มีอะไรบ้าง

มาดูกันเลยว่า หากคุณป้อนกล้วยลูกน้อยในวัยที่ต่ำกว่า 6 เดือน จะมีความอันตรายมากแค่ไหน

1.ขาดสารอาหาร

แม้ว่าในกล้วยจะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่คงไม่สามารถเทียบได้กับสารอาหารที่มีอยู่ในนมแม่กว่า 200 ชนิด ซึ่งถ้าหากคุณแม่ป้อนกล้วยให้ลูกจนอิ่ม อาจทำให้เด็กปฏิเสธการดูดนม และในที่สุดเด็กก็จะขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

2.สำลักอาหาร

ในช่วงวัยก่อน 6 เดือน ระบบการกลืนของทารกเหมาะกับการดูดกลืนของเหลว เช่น นม มากกว่า ดังนั้นการป้อนอาหารเสริมอื่นๆ เช่น กล้วย ควรรอหลัง 6 เดือน เพราะคอและหลังเด็กแข็งแรงจนสามารถนั่งเก้าอี้ได้ และมีความพร้อมในการกลืนของแข็งได้ดีขึ้นด้วย

3.ระบบย่อยมีปัญหา

เนื่องจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร พร้อมที่จะย่อยอาหารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่เมื่อเด็กมีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ดังนั้นหากป้อนกล้วยก่อนหน้านี้ อาจทำให้อาหารไม่ย่อย จนเกิดลำไส้อุดตัน และอาจรุนแรงถึงขั้นลำไส้แตก ซึ่งส่งผลให้เด็กเสียชีวิตได้

4.ทางเดินหายใจอุดตัน

อันตรายจากการสำลักอาหาร เนื่องจากไม่สามารถกลืนกล้วยได้ ซึ่งถ้ากล้วยหลุดเข้าไปในหลอดลม อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดการอุดตันที่ทางเดินหายใจ จนทำให้ปอดติดเชื้อรุนแรง หรือถ้าเด็กขาดอากาศหายใจ อาจทำให้กลายเป็นเจ้าหญิงหรือเจ้าชายนิทราไปตลอดชีวิต

5.ภูมิต้านทานลดลง

Sponsored

สารอาหารในนมแม่ ช่วยให้ลูกมีภูมิคุ้มกันป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย แต่เมื่อเด็กทานกล้วยจนอิ่ม ทำให้ดูดนมแม่ได้น้อยลง ซึ่งมีผลทำให้ภูมิต้านทานเชื้อโรคน้อยลงด้วย ลูกจึงเจ็บป่วยบ่อยๆ นั่นเอง

6.ท้องอืด

บางคนคิดว่าการให้ลูกทานกล้วย จะทำให้อยู่ท้องและลูกจะได้นอนหลับได้นานขึ้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะนอกจากระบบย่อยของเด็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่แล้ว การทานกล้วยจะยิ่งทำให้เด็กท้องอืด เพราะเป็นผลไม้ที่มีแก๊สมาก จึงทำให้เด็กงอแงไม่ยอมหลับยอมนอน

7.โรคอ้วน

เนื่องจากกล้วยเป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตอยู่เยอะ และมีความหวาน ซึ่งทำให้รับประทานได้ง่าย แต่อาจส่งผลเสียในอนาคตเพราะเมื่อเด็กติดรสชาติของความหวานแล้ว อาจจะทำให้เด็กชอบทานแต่ของหวาน และเป็นโรคอ้วนได้

จะเริ่มให้ลูกทานกล้วยได้เมื่อไหร่ และเริ่มอย่างไร

คุณแม่ควรให้ลูกเริ่มทานกล้วยหลังจากอายุครบ 6 เดือนไปแล้ว โดยให้นำกล้วยมาขูดเอาแต่ผิวนอก จากนั้นบดให้ละเอียด โดยเริ่มแรกอาจจะป้อนวันละ 1-2 ช้อนก่อน เพื่อให้ลูกได้ปรับตัวกับการทานอาหารอื่นนอกเหนือจากนมเป็นครั้งแรก จากนั้นจึงค่อยเพิ่มปริมาณให้มากขึ้นในภายหลัง

ก่อนที่คุณแม่จะเริ่มให้กล้วย ควรคำนึงถึงอายุของลูกน้อยเป็นหลัก โดยควรเริ่มป้อนหลังจากลูกมีอายุได้ 6 เดือน เนื่องจากพัฒนาการต่างๆ ทางร่างกาย และระบบย่อยมีความพร้อมในการทานอาหารชนิดอื่นๆ นอกจากนมแม่ได้มากขึ้น และควรเริ่มอาหารลูกน้อยในปริมาณที่น้อยๆ เพื่อเป็นการค่อยๆ ฝึกการกลืนกินอาหารของลูกต่อไป

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.เล่าประสบการณ์ คลอดลูกแบบธรรมชาติ ที่ไม่มีวันลืม

2.ฝากถึงคนบนฟ้า ขอบคุณนะที่ทิ้งของขวัญล้ำค่าไว้ให้ สัญญาจะดูแลให้ดีที่สุด