คนเป็นแม่ทุกคนย่อมทราบดีว่า อาหารมื้อแรกของเจ้าตัวน้อยควรจะเป็นน้ำนมจากอกของคุณแม่ เพราะสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่ลูกน้อยต้องการอุดมอยู่ในน้ำนมแม่อย่างครบถ้วนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เกิดความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำนมไม่เพียงพอ หรือผิดปกติทางสรีระทางร่างกาย ทำให้ไม่สามารถให้ลูดดื่มนมจากอกได้ ต้องการทราบว่า ถ้าลูกน้อยจำเป็นต้องดื่มนมจากขวดจะเป็นอย่างไร มีผลต่อสุภาพร่างกายหรือจิตใจมากน้อยเพียงใด ดังนั้น เพื่อความสบายใจของคุณแม่ที่พบเจอกับปัญหาบางอย่าง และมีความจำเป็นต้องให้ลูดดื่มนมจากขวด ลองมาดูรายละเอียดดังนี้ค่ะ

ทำไมเด็กอ่อนวัย 1 – 2 เดือน ไม่ควรดื่มนมขวด

เด็กวัย 1 – 2 เดือน ควรดื่มนมจากเต้าเพราะอะไร

สาเหตุที่เด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 เดือน ควรดื่มนมจากเต้า ก็เพราะว่าร่างกายของเด็กทารกแรกเกิดจนกระทั่งถึง 3 เดือน ยังอ่อนแอ่ ร่างกายยังต้องปรับสภาพให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ และเตรียมความพร้อมในการสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมาย เมื่อทารกแรกเกิดดื่มนมแม่จนถึง 3 เดือนขึ้นไป ร่างกายของทารกก็จะแข็งแรง มีภูมิต้านทานสามารถสู้กับโรค และเสริมสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายให้มากที่สุด ก่อนที่จะเปลี่ยนให้ลูกดื่มนมจากขวด คุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมจากเต้าอย่างน้อย 3 – 6 เดือน หรือให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ ดังนั้น จึงห้ามเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 เดือนดื่มนมจากขวด

ทำไมเด็กวัย 1 – 2 เดือนไม่ควรดื่มนมจากขวด

เป็นเพราะช่วงระยะ 1 – 2 เดือนแรกเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อการพัฒนาระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ การที่ลูกดูดนมจากเต้าของแม่ จะยิ่งช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณปาก เพราะเด็กต้องใช้แรงกดของกล้ามเนื้อถ้าหยุดดูดน้ำนมแม่จะหยุดไหลตามไปด้วย ทำให้เด็กต้องดูดแรงขึ้นเพื่อกระตุ้นน้ำนมให้ไหลออกมานั่นเอง แต่ถ้าลูกดูดนมจากจุกยางตั้งแต่แรกเกิด หรือ 1 – 2 เดือนแรก ส่งผลให้ลูกน้อยไม่ยอมดูดนมจากเต้าแม่อีก หรือหยุดดูดเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณแม่สลับให้ลูกดูดนมขวดกับนมแม่ อาจจะทำให้ลูกสับสนจนไม่ยอมดูดนมจากเต้า นี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือนดูดนมจากเต้าดีกว่าจากขวดนั่นเองค่ะ

ในกรณีที่คุณแม่บางท่านอาจจะมีปัญหาบางอย่างที่ไม่สามารถให้ลูกดูดนมจากเต้าได้ แล้วเป็นกังวลไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี วันนี้เราก็มีคำแนะนำในเรื่องนี้มาฝากด้วยเช่นกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลยค่ะ

กรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้ลูกดื่มนมจากเต้าได้ ควรทำอย่างไร

คุณแม่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทำให้น้ำนมน้อยหรือคุณแม่ที่มีภาวะผิดปกติทางร่างกาย เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำ, น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วหลังคลอด หรือ คุณแม่ที่มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง การให้นมลูกจึงอาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย ดังนั้น เพื่อให้ทั้งคุณแม่ และลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เราก็ไม่แนะนำให้ลูกดื่มนมจากขวดค่ะ ควรเปลี่ยนวิธีการป้อนนม โดยการใช้ช้อน หรือใช้หลอดหยอดที่เต้าให้ลูกดูด แทนการให้ดูดจากจุกยาง และใช้น้ำนมแม่ที่ปั๊มเก็บไว้ให้ลูกดื่มแทนนมผงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ สำหรับคุณแม่ที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงาน การป้อนด้วยช้อน หรือใช้การหลอดหยอดน้ำนมนั้นอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลลูกน้อยแทนคุณ ดังนั้น การให้ลูกดูดขวดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่ควรจะให้ลูกมีอายุมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป

ข้อเสียของการให้ลูกอายุต่ำกว่า 3 เดือนดูดนมจากขวด

Sponsored
  • กล้ามเนื้อบริเวณปากผิดรูป รูปปากไม่สวย มีผลต่อโครงสร้างฟันได้ เนื่องจากการดูดจุกยางในช่วงอายุ 1 – 2 เดือน กล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกยังทำงานได้อย่างไม่สมบูรณ์ ต้องได้รับการกระตุ้น โดยธรรมชาติการดูดนมจากเต้าลูกจะต้องดูดแรง ๆ แบบต่อเนื่องเพื่อให้นมแม่ไหลออกมา เมื่อหยุดดูดน้ำนมก็จะหยุดตาม ทำให้ลูกต้องดูดนมแรกอย่างสม่ำเสมอ กระบวนการนี้จึงช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และทำงานได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น แต่เมื่อลูกดูดนมจากจุกยาง ลูกจะดูดแรง ๆ เพียงไม่กี่ครั้งเมื่อหยุดดูดน้ำนมในขวดก็ยังไหลอยู่ ทำให้ลูกไม่ต้องดูดต่อเนื่อง ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงนั่นเอง
  • การดูดนมจากขวดทำให้ท้องอืดได้ง่าย เนื่องจากลูกดูดลมภายในขวดเข้าไปมากกว่าน้ำนม ทำให้ลูกเกิดอาการท้องอืด จุกเสียดแน่นได้ และเมื่อลูกมีอาการท้องอืดเป็นเวลานานอาจจะทำให้ลูกอึดอัด นอนไม่ได้ ร้องไห้งอแง และไม่ยอมให้คุณแม่ได้พัก ดังนั้น คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการให้นมขวดก่อนลูกจะมีอายุมากกว่า 3 เดือน หรือมากกว่านี้ เพื่อป้องกันอาการท้องอืด และภาวะอาการอื่น ๆ ที่แทรกซ้อนได้
  • มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนในเด็ก เนื่องจากนมขวดมีปริมาณมาก การดูดนมแต่ละครั้งลูกอาจจะดูดมากเกิดกระเพาะหรืออิ่มแล้วก็ยังไม่ยอมหยุดดูดทำให้นมที่ทางเข้าไปมากเกิดความต้องการของร่างกาย ยิ่งถ้าเป็นนมผงด้วยแล้วล่ะก็ รับรองว่าลูกน้อยของคุณจะมีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนอย่างแน่นอนค่ะ
  • แม้ว่าจะสะดวกรวดเร็ว แต่ก็อาจทำให้สร้างนิสัยไม่ดีกับลูกได้ เมื่อคุณแม่ให้นมช้าอาจจะทำให้ลูกหงุดหงิดง่าย เมื่อโตมาจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ หรือมีอารมณ์ร้อน และอาจกลายเป็นเด็กขาดความอบอุ่นได้ เนื่องจากลูกเกิดความรู้สึกไม่มีใครรัก ไม่ได้ใกล้ชิดกับคุณแม่ ไม่ได้รับความอบอุ่นเพียงพอ หรือแม้แต่รับอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ เพราะการให้นมขวดคุณแม่ส่วนใหญ่ไม่อุ้มลูกกินนมแต่จะให้ลูกนอนกินนมเพียงลำพัง ในจุดนี้จะทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองขาดความอบอุ่นจากคุณแม่ได้ ดังนั้น คุณแม่ควรให้นมลูกจนกว่าจะครบ 3 เดือน หรือนานกว่านี้ก็จะเป็นการดีมากเลยล่ะค่ะ

ทั้งนี้ สำหรับคุณแม่ที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงาน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพก็ตาม คุณแม่ควรพยายามให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากคุณแม่โดยการดูดนมจากเต้าให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ หรืออย่างน้อยๆ ควรจะให้ลูกมีอายุมากกว่า 3 เดือนน่าจะเป็นเรื่องที่ดีทั้งลูกน้อยและตัวคุณแม่เองค่ะ

ขอบคุณรูปภาพ : slrlounge

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ในเด็ก ร้ายแรงมากแค่ไหน

2.8 วิธีการดูแลลูกน้อย เมื่อมีอาการป่วยเป็นไข้หวัด