เมื่อลูกมีอาการทานข้าวได้น้อยลง และเริ่มงอแงมากขึ้น จนทำให้คุณแม่ต้องเป็นกังวลว่าลูกป่วยเป็นอะไร ซึ่งเมื่อตรวจดูในช่องปาก อาจพบว่า ลูกเป็นแผลในปาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกร้องงอแงและไม่ค่อยกินนั่นเอง ทั้งนี้อาการแผลในปากที่เกิดกับเด็กเล็กน้อย มีสาเหตุมาจากอะไร และจะดูแลป้องกันได้อย่างไร เราก็มีข้อมูลดีๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันแล้ว

สาเหตุที่ทำให้ ลูกเป็นแผลในปาก

การเกิดแผลในปากนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้

1.เชื้อราหรือที่คนทั่วไปรู้จักกันว่าโรคซาง อาการของโรคคือจะมีปื้นขาวๆ ในช่องปาก ร่วมกับมีแผลที่กระพุ้งแก้ม ซึ่งมักจะเกิดกับเด็กแรกเกิดจนถึง 1 ปี ความเจ็บปวดในปากจะส่งผลทำให้เด็กดูดนมได้น้อยลง

2.แผลร้อนใน อาจเกิดขึ้นจากการได้รับแรงกระแทกของของแข็ง เช่น แปรงสีฟัน รวมทั้งเผลอกัดลิ้นตัวเอง หรืออาจติดเชื้อไวรัส นอกจากนี้ในกรณีที่ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ และเจ็บป่วย ก็ส่งผลให้เกิดแผลร้อนในในปากได้เช่นกัน ซึ่งอาการของแผลร้อนในนี้มักจะไม่รุนแรง และสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน

3.เชื้อเริม เด็กอาจได้รับเชื้อจากผู้ใหญ่ที่มีโรคนี้แฝงอยู่ผ่านน้ำลาย เช่น การหอมและจูบเด็ก รวมทั้งการใช้อุปกรณ์ทานอาหาร เช่น ช้อน หลอด แก้วน้ำร่วมกับผู้มีเชื้อ และการเล่นของเล่นร่วมกันของเด็ก ซึ่งอาการจากเชื้อเริมค่อนข้างรุนแรง โดยจะเกิดเป็นตุ่มใสๆ และอาจแตกได้เหมือนแผลร้อนใน จึงจำเป็นที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ และแผลในปากจากเชื้อเริมนี้สามารถกลับมาเป็นใหม่ได้เมื่อร่างกายอ่อนแอ

4.ติดเชื้อบางชนิด เด็กที่เป็นโรคอื่นๆ โดยเฉพาะที่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น โรคหัด โรคเฮอร์แปงไจน่า สามารถทำให้เกิดแผลในปากได้เช่นกัน

การดูแลรักษาแผลในปาก

เมื่อเกิดแผลในปากขึ้นในเด็ก คุณแม่ควรใส่ใจดูแลรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.มีแผลแต่ไม่มีไข้ ในกรณีที่เป็นแผลในปากเพียง 1-2 ตำแหน่ง และไม่มีไข้ เด็กทานอาหารและสามารถเล่นได้ตามปกติไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์หรือทายาใดๆ เพราะอาการจะดีขึ้นได้เองภายใน 3-7 วัน

2.มีหลายแผลและมีไข้ขึ้น หากลูกมีอาการแบบนี้ ร่วมกับทานอาหารได้น้อยลงและเริ่มซึม ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของโรค เพราะถ้าเป็นแผลในปากที่เกิดจากเชื้อรา จำเป็นที่ต้องได้รับยาฆ่าเชื้อ

3.การใช้ยาทา โดยเฉพาะยาสเตียรอยด์ เช่น Kenalog in Orabase ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ ซึ่งการทายาจะช่วยทุเลาอาการเจ็บปวดลงได้ รวมทั้งการป้ายยาม่วง ก็จะบรรเทาอาการได้ดีเช่นกัน

4.ทานของเย็น การดื่มหรือทานของเย็น เช่น ไอศกรีม น้ำแข็งจะช่วยให้ปากชา และลดอาการเจ็บลงได้

วิธีป้องกันแผลในปาก

เพื่อปกป้องลูกน้อยจากการเกิดแผลในปาก คุณแม่สามารถดูแลป้องกันได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.แผลในปากที่เกิดจากเชื้อรา ต้องได้รับการดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอและทานยาฆ่าเชื้อให้ครบ เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นอีก

Sponsored

2.เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับมาเป็นแผลในปากจากการติดเชื้อเริม และเชื้อในกลุ่มเอ็นเทอโรไวรัส ควรดูแลสุขอนามัย เช่น ไม่ใช้ช้อนหรือแก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น ล้างมือก่อนและหลังทานอาหารทุกครั้ง ใช้ช้อนกลางเวลาทานอาหาร

3.ทำความสะอาดของเล่นเป็นประจำ และไม่ให้เด็กนำของเล่นเข้าปาก

4.หลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัส โดยไม่พาเด็กไปในที่ที่มีผู้คนแออัด ไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น หรือนำเด็กไปฝากไว้ยังสถานรับเลี้ยงเด็ก

5.ถ้าลูกติดเชื้อ เช่น โรคมือเท้าปาก ควรให้หยุดโรงเรียน เพื่อไม่ให้ลูกนำเชื้อไปแพร่สู่ผู้อื่น

แผลในปากดูเหมือนว่าจะเป็นแผลเล็กๆ แต่ก็สร้างความเจ็บปวดอยู่มาก ยิ่งเป็นกับเด็กเล็กๆ ด้วยแล้ว ดังนั้นคุณแม่จึงควรรีบรักษา รวมทั้งการดูแลเรื่องสุขอนามัย ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์และให้ลูกได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะช่วยให้ลูกมีอาการดีขึ้นได้

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.7 เรื่องที่พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้ เพื่อ การเลี้ยงลูก อย่างปลอดภัย

2.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ต้องเตรียม 7 สิ่งนี้ให้พร้อม