หากคุณแม่คลอดลูกออกมาแล้วพบว่าลูกมีภาวะซีด ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็ก เกิดจากความเข้มข้นของเลือดแดงน้อยกว่าค่าปกติที่ควรจะเป็น โดยอาการซีดในเด็กทารกแรกเกิดนั้นมักไม่ได้เกิดจากการขาดธาตุเหล็กเหมือนที่พบได้ในเด็กวัยอื่น บทความนี้จะนำข้อมูลของการเกิดอาการซีดในเด็กแรกเกิดที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเลือดจาง มาให้คุณแม่ศึกษาว่าโรคนี้เกิดจากสาเหตุอะไร และมีอันตรายต่อลูกน้อยหรือไม่ มาดูกันเลยค่ะ

ภาวะซีดในทารกแรกเกิด มีสาเหตุจากอะไร?

ภาวะซีดของทารกแรกเกิด เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากก่อนคลอด ขณะคลอด หรือหลังคลอด ซึ่งพอจะแยกแยะสาเหตุหลักได้ดังนี้

1.จากการเสียเลือด

การเสียเลือดจากการคลอด ไม่ว่าจะเป็นการเสียเลือดตั้งแต่ก่อนคลอด ซึ่งเกิดจากการถ่ายเทเลือดไปที่รก หรือในกรณีที่ทารกแฝด การถ่ายเทเลือดไปที่ฝาแฝดร่วมรก บางรายอาจเป็นการเสียเลือดระหว่างการคลอดจากการทำคลอด โดยเฉพาะการถ่ายเทเลือดไปที่สายสะดือ รวมถึงการเสียเลือดหลังคลอด หรือในบางกรณีที่มีการกระทบกระเทือนร่างกายของทารก จนทำให้เกิดเลือดออกหลังคลอดก็เป็นได้

2.ซีดจากการที่เม็ดเลือดแดงแตก

ภาวะซีดจากเม็ดเลือดแดงแตก อาจมีสาเหตุมาจาก โรคผนังเซลล์ของเม็ดเลือดแดงมีความผิดปกติ หรือโรคเม็ดเลือดแดงแตกง่ายชนิดอื่นๆ เช่น ธาลัสซีเมียชนิดอัลฟ่า รวมถึงการที่เม็ดเลือดแดงแตกจากการที่มีภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดแดง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่เลือดแม่และลูกไม่เข้ากัน

3.ซีดจากการที่ทารกผลิตเม็ดเลือดแดงได้น้อยกว่าปกติ

ความเสี่ยงที่ทำให้ทารกมีภาวะซีดอีกประการหนึ่งคือ มีความผิดปกติของการสร้างเม็ดเลือดแดงแต่กำเนิด ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยลง หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อบางอย่าง ตลอดจนการได้รับยาบางชนิดที่กระตุ้นการแตกตัวของเม็ดเลือด นอกจากนี้อาจเกิดได้จากภาวะเด็กคลอดก่อนกำหนดอีกด้วย

อาการของทารกที่มีภาวะซีด

อาการของทารกที่แสดงออกมาให้เห็นทางร่างกายมีหลายอย่าง แต่ที่สังเกตุได้ชัดคือ

1.อาการทางผิวหนัง มีผิวหนังซีดเหลือง เยื่อบุตาซีดไม่มีสีเลือด เล็บมือสีขาว ฝ่ามือเหี่ยว เหงือกซีด ใบหูขาวไม่มีสีเลือด

2.กินนมได้น้อยน้ำหนักไม่ขึ้น ถึงแม้จะกินเต็มที่แล้ว หรือในเด็กบางรายอาจอ่อนเพลียจนไม่มีแรงจะดูดนม

3.ท้องผูกหรือท้องเสีย

4.หัวใจเต้นแรง ชีพจรเต้นเร็ว ปลายมือปลายเท้าเย็น

5.เหนื่อยง่ายเวลาออกแรง หรือดูดนม อ่อนเพลีย ใจสั่น

6.กระสับกระส่าย หรือหงุดหงิดง่าย

7.บางรายอาจมีตัวเขียว หรือรุนแรงถึงขั้นหยุดหายใจได้

วิธีการดูแลรักษา

การดูแลรักษาทารกที่มีภาวะซีดทำได้ โดยการให้ธาตุเหล็กเสริม แต่หากลูกน้อยซีดมาก และสัญญานชีพเปลี่ยนแปลง ก็จำเป็นต้องให้เลือดทางเส้นเลือดดำ เพื่อให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อสัญญาณชีพกลับสู่ภาวะปกติแล้วจึงรักษาตามขั้นตอนต่อไปนี้

1.ให้ลูกกินนมแม่จนถึง 6 เดือน

ควรให้ลูกกินนมแม่ไปจนถึง 6 เดือน โดยคุณแม่ในช่วงให้นมลูกจำเป็นต้องกินอาหารให้ครบถ้วน เน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และกินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ ไข่แดง ผักใบเขียว ก็ช่วยให้ร่างกายคุณแม่ได้ผลิตเม็ดเลือดแดงมากขึ้น จนเพียงพอที่จะส่งต่อไปให้ลูกทางน้ำนมได้

2.คุณแม่กินธาตุเหล็กเสริม

Sponsored

หากคุณแม่กินอาหารได้น้อย ก็ควรเสริมธาตุเหล็กแบบเม็ด ซึ่งแพทย์จะให้กินขณะตั้งครรภ์ เมื่อคลอดลูกแล้วก็ควรกินธาตุเหล็กไปจนกว่าจะหมด เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดโรคเลือดจางในเด็กแรกเกิดได้ ส่วนคุณแม่ที่ไม่มีธาตุเหล็กเหลือก็สามารถปรึกษาคุณหมอเพื่อขอรับธาตุเหล็กมากินได้ ซึ่งการกินธาตุเหล็กช่วงหลังคลอด มีความสำคัญต่อร่างกายคุณแม่ และลูกน้อยเป็นอย่างมาก

3.ให้อาหารเสริมเมื่อลูกน้อยครบ 6 เดือน

เมื่อลูกน้อยครบ 6 เดือนควรเสริมอาหารให้ลูกวันละ 1 มื้อ โดยเน้นอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอที่จะสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงให้มากขึ้น

วิธีการรักษาสำหรับลูกน้อยที่อายุมากกว่า 6 เดือน

สำหรับการรักษาในลูกน้อยที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนสามารถทำได้ดังนี้

1.ให้ลูกทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงสามารถพบได้จาก ผักใบเขียว ไข่แดง  เลือดหมู เลือดไก่ ตับหมู เครื่องใน เนื้อวัว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเลนทิล คุณแม่สามารถนำมาปรุงให้เหมาะสมกับวัยของลูก โดยป้อนสลับหมุนเวียนให้ได้ครบทุกอย่าง ก็จะทำให้ลูกได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ ช่วยให้อาการป่วยของลูกดีขึ้นได้

2.เสริมด้วยอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี

วิตามินซี มีความสำคัญในการช่วยให้ธาตุเหล็กดูดซึมได้ดี การกินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงจำเป็นต้องกินร่วมกับ ผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น บร็อกโคลี่ ฝรั่ง ลิ้นจี่ เงาะ ส้ม สตรอว์เบอร์รี่ มะละกอ สับปะรด กีวี่ เสาวรส และแอปเปิลเขียว

3.การกินยาเสริมธาตุเหล็ก

หากการกินอาหารตามธรรมชาติ ยังไม่สามารถช่วยให้ลูกได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอได้ ก็จำเป็นต้องปรึกษากุมารแพทย์ เพื่อขอรับธาตุเหล็กมาเสริมให้ลูกน้อย จะได้ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคเลือดจางลงไปได้ สำหรับยาที่ใช้เสริมให้เด็กควรหยอดยาเข้าไปที่โคนลิ้น เพื่อไม่ให้ยาติดเป็นคราบดำที่ฟันของลูก ซึ่งเมื่อลูกได้กินยาธาตุเหล็กแล้ว จะทำให้มีอุจจาระเป็นสีดำ ในเด็กบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ปวดท้อง ท้องผูก หรือท้องเสียได้ ดังนั้นควรกินยาธาตุเหล็กหลังอาหาร จะช่วยลดอาการข้างเคียงได้มาก ข้อควรระวัง ห้ามกินธาตุเหล็กพร้อมกับนม เพราะแคลเซียมในนม จะทำให้ฤทธิ์การดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกายด้อยลงได้

ภาวะซีดในเด็กแรกเกิด นับว่าเป็นอาการที่น่าเป็นห่วงเช่นกัน เพราะหากคุณแม่พบว่าลูกมีอาการซีดจากโรคโลหิตจางแล้วควรปรึกษาแพทย์ทันที หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้อวัยวะบางอย่างทำงานด้อยลง จนทำให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้ หรือบางรายเด็กอาจเสียชีวิตได้ ฉะนั้นการปรึกษากุมารแพทย์ทันทีที่พบว่าลูกมีอาการผิดปกติตามที่กล่าวมานี้ จะช่วยให้ลูกน้อยปลอดภัยห่างไกลจากอาการซีดหรือโรคโลหิตจางได้ค่ะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about growing up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.8 วิธีให้ อาหารลูกน้อย กินแล้วสุขภาพดี

2.เริ่ม อาหารเสริมลูกน้อย อย่างไรให้ปลอดภัย