เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ตอนอายุมากแล้ว คุณหมอจะแจ้งว่าจะต้องมีการ เจาะน้ำคร่ำเพื่อดูความผิดปกติของลูกว่าจะเป็นโรคอันตรายร้ายแรงหรือไม่ คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนก็อาจจะมีความสงสัยหรือเกิดความกลัวว่าขั้นตอนการเจาะน้ำคร่ำ จะน่ากลัวหรือเปล่า ดังนั้นวันนี้เรามาดูวิธีการเจาะน้ำคร่ำกันดีกว่า ว่าทำอย่างไรบ้าง

น้ำคร่ำ คืออะไร

น้ำคร่ำคือ ของเหลวสีโทนเหลืองอ่อน มีลักษณะใสๆ ที่อยู่รอบตัวทารกในครรภ์ ประกอบไปด้วยน้ำและสารอาหารต่างๆ ซึ่งจะคอยปกป้องทารกให้อยู่ในครรภ์แม่จนครบกำหนดคลอด โดยมีประโยชน์ดังนี้

  1. ป้องกันทารกจากการกระทบกระเทือน
  2. ช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อและกระดูกให้แข็งแรง รวมถึงทำให้ทารกเคลื่อนไหวสะดวกขึ้น
  3. ช่วยควบคุมอุณหภูมิที่แวดล้อมทารกให้คงที่สมดุล
  4. ช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อนของทารก
  5. เป็นแหล่งอาหารของธาตุและน้ำของทารกที่ดื่มเข้าไป

เจาะน้ำคร่ำได้ เมื่ออายุครรภ์เท่าไหร่บ้าง

การเจาะน้ำคร่ำจะเจาะเมื่ออายุครรภ์เท่าไหร่ และทำในกรณีไหนบ้างมาดูกันเลย

  • เจาะน้ำคร่ำเมื่ออายุครรภ์ได้ 12 ถึง 20 สัปดาห์
  • การเจาะน้ำคร่ำ จะทำก็ต่อเมื่อมีคุณหมอตรวจพบว่ามีความเสี่ยงที่เด็กในครรภ์ อาจจะมีโรคทางกรรมพันธุ์ เข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้น
  • กระบวนการเจาะน้ำคร่ำอาจจะมีความเสี่ยงที่จะทำให้คุณแม่แท้งบุตรได้
  • ถ้าหากคุณแม่รู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นที่จะเจาะน้ำคร่ำ เพราะประโยชน์ที่ได้รับมีน้อย ก็สามารถปฏิเสธการตรวจได้

การเจาะน้ำคร่ำ สามารถตรวจพบภาวะใดได้บ้าง

ทำไมต้องเจาะน้ำคร่ำ เจาะแล้วบอกอะไรได้บ้าง เรามีข้อมูลมาบอกกันแล้ว

1.ดาวน์ซินโดรม

ภาวะที่ส่งผลต่อความบกพร่อง การเรียนรู้ และบุคลิกภาพ การแสดงออก ร่วมด้วย

2.เอ็ดเวิร์ดซินโดรม และพาทัวซินโดรม

เป็นภาวะ ที่ส่งผลกระทบต่อการแท้งบุตร หรือการเสียชีวิตในครรภ์ของทารก หรือหากมีทารกคลอดออกมาแล้ว มักจะมีปัญหาทางด้านร่างกาย รวมกับความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ด้วย

3.โรคซิสติกไฟโบรซิส

เป็นภาวะที่ทำให้ปอดและระบบย่อยอาหารเกิดอุดตัน โดยเมือกเหนียวเข้าไปขัดขวางการทำงานของปอดและลำไส้

4. โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

เป็นภาวะที่ทำให้เกิดโรคกับอาการอ่อนแรงที่กล้ามเนื้อ จนทำให้ร่างกายพิการได้

5. โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

Sponsored

เกิดจากเม็ดเลือดแดงพัฒนาขึ้นมาอย่างผิดปกติ จนทำให้ไม่สามารถส่งผ่านออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้เหมือนคนทั่วไป

6. ธาลัสซีเมีย

ธาลัสซีเมียเป็นภาวะที่ส่งผลต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง จึงทำให้เกิดโลหิตจาง ทำให้ทารกจะเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ มีอวัยวะเสียหาย ทั้งนี้สามารถตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย ก่อนตั้งครรภ์ได้

7. ภาวะหลอดประสาทไม่ปิด

ทารกที่เป็นโรคนี้ ที่พบบ่อยคือมีความบกพร่องที่กระดูกสันหลัง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอาการอัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ช่วงล่าง ตลอดจนมีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ด้วย

ขั้นตอนการเจาะน้ำคร่ำ

ทีนี้ก็มาดูขั้นตอนการเจาะน้ำคร่ำกันดีกว่า ว่าทำอย่างไรบ้าง

  1. หมอจะทำการตรวจครรภ์โดยใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์ เพื่อตรวจสอบอายุทารกในครรภ์ที่ชัดเจน จังหวะการเต้นของหัวใจ รวมถึงตำแหน่งของทารกและรก เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการเจาะ ที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายหรืออาจจะทำให้ทารกในครรภ์ติดเชื้อได้
  2. ก่อนทำการเจาะแพทย์จัดเตรียมผิวหนังหน้าท้อง บริเวณที่เจาะโดยการทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อ หรือในบางรายอาจจะใช้ยาชาเฉพาะที่ฉีดใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง ซึ่งแพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กและยาว เจาะผ่านผนังหน้าท้องจนเลยทะลุไปที่มดลูก เข้าไปในถุงน้ำคร่ำแล้วทำการดูดเอาน้ำคร่ำออกมา ถึงจะหากมีอายุครรภ์ 1 สัปดาห์ ก็จะดูดน้ำคร่ำมา ในปริมาณ 1 มิลลิลิตร ถ้าอายุ 15 ถึง 30 ก็เพิ่มตาม อายุครรภ์ เปิดน้ำออกมาแล้วก็ใช้วิธีการปั่นหาเซลล์ของทารกเพื่อตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมของทารกต่อไป
  3. ในการเจาะน้ำคร่ำใช้เวลาไม่นานนักแค่ 2-3 นาที ถ้าเสร็จสิ้นแล้วโดยคุณแม่ไม่จำเป็นต้องนอนพักค้างที่โรงพยาบาลสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้
  4. ในการเจาะน้ำคร่ำ แต่ละครั้งก็มีความรู้สึกเจ็บเหมือนถูกเข็มแทง แต่แค่แปปเดียวเท่านั้น สำหรับคุณแม่ที่กลัวเข็มอาจจะมีอาการเกร็งหน้าท้องบ้าง แต่เมื่อนอนพักสักระยะหนึ่งก็อาการก็จะดีขึ้น ส่วนผลจะรู้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพัฒนาของเซลล์และขั้นตอนในการปฏิบัติการ
  5. การเจาะน้ำคร่ำควรทําในขณะที่แม่ท้องอายุครรภ์ระหว่างสัปดาห์ที่ 15-20 หรือกรณีที่มีอาการแทรกซ้อน โดยคุณแม่ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษในการเจาะน้ำคร่ำนี้
  6. ต้องทายาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดผิวหนังบริเวณหน้าท้องที่ทำการเจาะ
  7. ฉีดยาชาเข้าไปในผิวหน้าท้อง แต่ในบางรายอาจจะไม่จำเป็นต้องฉีดก็ได้เพราะการเจาะน้ำคร่ำนี้ไม่ได้มีความเจ็บปวดมากนัก
  8. เข็มที่ใช้จะเป็นเข็มเล็กๆ เรียวยาวโดยแทงผ่านลงไปที่มดลูกเข้าไปในถุงน้ำคร่ำ ซึ่งจะมีการใช้เทคนิค Ultra สแกนช่วยนำทางให้เข็มแทงได้สะดวกขึ้น
  9. คุณแม่จะรู้สึกได้ถึงแรงดัน ในขณะที่คุณหมอกำลังถอดเข็มออกในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการเจาะน้ำคร่ำ หลังจากเจาะแล้วคุณแม่อาจจะมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยแต่หากมีอาการปวดหัวรุนแรงหลายวันติดกัน พร้อมทั้งมีไข้สูง มีอาการหนาวสั่น มีน้ำใสไหลออกมาทางช่องคลอดมากขึ้นก็ควรไปพบแพทย์

การเจาะน้ำคร่ำ เพื่อตรวจสอบความผิดปกติทางพันธุกรรมของทารกในครรภ์ แม้จะไม่อันตราย แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเจาะกันได้ในทันที จำเป็นต้องให้คุณหมอวินิจฉัยว่าคุณแม่มีปัจจัยเสี่ยง ที่จำเป็นต้องเจาะน้ำคร่ำเพื่อนำมาตรวจสอบหรือไม่ หากคุณแม่ท่านใดรู้สึกว่าตัวเองมีปัจจัยเสี่ยง ที่อาจจะส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ สามารถปรึกษาคุณหมอเจาะน้ำคร่ำมาตรวจสอบได้เช่นกัน

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตะกอนในน้ำคร่ำ คืออะไร ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

2.เจาะน้ำคร่ำ Q&A : อายุ 34 ต้องเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจภาวะสุขภาพครรภ์