แม่ท้องเป็นภูมิแพ้ ลูกจะเป็นด้วยหรือไม่? มีแม่ท้องหลายคนเป็นภูมิแพ้ และเกิดคำถามตามมาว่าอย่างนี้แล้วเจ้าตัวน้อยที่คลอดออกมา จะมีความเสี่ยงเป็นภูมิแพ้เหมือนเราไหม ขยับเข้ามาทางนี้ค่ะคุณแม่ เราจะเล่าให้ฟัง

ถ้า แม่ท้องเป็นภูมิแพ้ ลูกน้อยในครรภ์จะเป็นภูมิแพ้ด้วยไหม

โรคภูมิแพ้ ที่เราได้ยินกันมานั้น จริง ๆ แล้วจะมีหลายระบบด้วยกัน เช่น ระบบหายใจ ผิวหนัง (พบได้ขณะตั้งครรภ์มากถึงร้อยละ 25-35 สามารถแบ่งความรุนแรงตามของอาการของโรคดังนี้ หอบหืด (Asthma) ผื่นแพ้ผิวหนัง (Atophic dermstitis) แพ้อากาศ (Allergic Rhinitis) แพ้นมวัว (Cow Milk Protein Allergy) ลมพิษ (Urticaria)   แพ้ยา (Drug allergy)   แพ้อาหาร (Food allergy)   เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic conjunctivitis)
โดยการตรวจวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ในหญิงตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่จะมาจากการซักประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก การตรวจเลือดดูสารต่อภูมิแพ้ต่าง ๆ รวมถึงการทดสอบการแพ้ทางผิวหนัง เช่น การฉีดสารก่อภูมิแพ้ใต้ผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่แนะนำให้ไปตรวจในช่วงหลังคลอด เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้อย่างรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ในบางกรณีก็มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนร่างกายขณะตั้งครรภ์ จนอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเกิดจากภูมิแพ้ได้ เช่น ผื่นบางชนิดในหญิงตั้งครรภ
การป้องกันเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับเรื่องนี้ โดยแม่ท้องควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ อาทิ หลีกเลี่ยนฝุ่น อาหารบางชนิด ขนสัตว์ ควันบุหรี่ เป็นต้น โดยหากมีอาการแล้วและเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาแพทย์จะรักษาด้วยการให้ยาที่ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์
แล้วลูกน้อยในครรภ์จะเป็นภูมิแพ้เหมือนเราไหม มาดูมี 2 ปัจจัย ที่จะนำมาสู่การเป็นภูมิแพ้ของลูกน้อยกัน
1.พันธุกรรม ที่ติดตัวทารกในครรภ์มาตั้งแต่ปฏิสนธิ โดยเราเองไม่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งในปัจจุบันพบว่า ทารกที่เกิดจากพ่อแม่ หรือพี่น้อง 1 คน เป็นภูมิแพ้ ลูกมีโอกาสเกิดภูมิแพ้ได้ ร้อยละ 30-40 หรือทารกที่เกิดจากแม่ และพ่อ หรือ พี่น้อง 2 คน เป็นภูมิแพ้ ลูกมีโอกาสเกิดภูมิแพ้ได้ ร้อยละ 50-80 หรือในบางกรณีทารกที่เกิดจากแม่และพ่อที่ไม่มีประวัติภูมิแพ้เลย เจ้าตัวน้อยก็ยังมีโอกาสเกิดภูมิแพ้ได้ ร้อยละ 15
2.สิ่งแวดล้อม นี่เป็นเป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ โดยเริ่มต้นที่จัดการกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมก่อนอันดับแรก ทั้งในส่วน ขนสัตว์ ไรฝุ่น ควันบุหรี่  อาหารที่มักก่อให้เกิดการแพ้ การนอนในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ไม่อับชื้น และควรใช้เครื่องนอนป้องกันไรฝุ่น ไม่ควรมีตุ๊กตาที่มีขนฟู หรือ พรมต่างๆ ไว้ในห้องนอน  อการดื่มนมวัวของแม่ท้อง บางคนอาจจะมีผลตรงนี้ได้  เพราะแม่ท้องดื่มนมวัวในปริมาณที่มากจนเกินไป  เพราะบางคนบอกว่าดื่มนมเยอะ ๆ จะดีกับลูกน้อย  ทั้งนี้อาจเป็นที่มาซึ่งจะส่งผลกระตุ้นการทำงานระบบภูมิแพ้ต่อนมวัว ดังนั้นแม่ท้องจึงควรดื่มในปริมาณปกติ  โดยไม่ควรเกิน 500 ซีซี หรือ 2 แก้วต่อวัน
ทั้งนี้แนะนำเพิ่มเติมอีกว่าสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ หลังคลอดหากมีการให้นมแม่กับลูกน้อย จนถึงอย่างน้อย 6-12 เดือน จะสามารถช่วยทำให้ทารกมีสุขภาพแข็งแรงได้ เนื่องจากนมแม่มีประโยชน์ และสารอาหารครบถ้วน รวมถึงภูมิคุ้มกันในนมแม่ที่ส่งไปให้ลูก และป้องกันการติดเชื้อในเด็กแรกคลอดได้ แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม การใช้นมผงสูตรที่มีโมเลกุลนมวัวเล็กใกล้เคียงนมแม่ที่สุด ที่เรียกว่าสูตร เอชเอ (HA: Hypoallergenic) จะช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ของทารกลงได้เช่นกัน

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

Sponsored