แพ้น้ำลายยุงในเด็ก … เราอาจจะเคยได้ยินโรคที่เกิดจากยุง ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้เลือดออก โรคไข้มาเลเรีย ว่าเป็นโรคที่สร้างความยุ่งยากให้กับผู้ป่วยพอสมควร ยิ่งถ้าเกิดในเด็กก็ยิ่งมีอันตรายมากยิ่งขึ้น

แพ้น้ำลายยุงในเด็ก

เพราะเด็กมีภูมิต้านทานที่ต่ำกว่าผู้ใหญ่ แต่รู้หรือไม่ว่ามีโรคที่เกิดจากยุงที่รุนแรงมากกว่านั้น นั่นก็คือโรคแพ้น้ำลายยุงนั่นเอง ซึ่งช่วงนี้กำลังระบาดอย่างหนัก เพราะมีแหล่งน้ำขังจากน้ำท่วมมากมายที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงนั่นเอง

แพ้น้ำลายยุงในเด็ก โรคแปลก แต่เกิดขึ้นจริง

โรคแพ้น้ำลายยุง คืออะไร?

อธิบายกันก่อนว่า ในการกัดของยุงนั้น ไม่ใช่แค่เอาปากแหลม ๆ ทิ่มไปดูดเลือดเราอย่างเดียว แต่ยุงยังปล่อยน้ำลายออกมาบริเวณที่กัดอีกด้วย ซึ่งน้ำลายของยุงนี้ นับว่าเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดการระคายเคืองบนผิวหนัง จนขึ้นเป็นตุ่มนูน ๆ หรือที่เราเรียกแบบธรรมดาว่า “ตุ่มยุงกัด” ซึ่งอาการนี้จะค่อย ๆ หายไปเอง ใน 30 -45 นาทีต่อมา แต่สำหรับเด็กที่มีอาการของโรคแพ้น้ำลายยุงนั้น จะมีอาการคันผิดปกติ ยิ่งถ้าเด็กมีผิวที่บอบบางมาก ๆ ก็จะยิ่งเห็นอาการที่คล้ายกับลมพิษขึ้นตามตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกายที่ถูกน้ำลายยุง

อาการของโรคแพ้น้ำลายยุง

สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทมาก ๆ ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละบุคคลที่มีต่อการแพ้น้ำลายยุง บางคนอาจจะทิ้งไว้เฉย ๆ ก็สามารถหายเองได้ แต่ในรายที่แพ้มาก ก็อาจจะเป็นตุ่มแดงขนาดใหญ่ที่ใช้ระยะเวลาหลายวัน กว่าจะหาย บางรายอาจถึงขั้นเป็นจ้ำเลือด หรือเป็นแผลผุพองได้ ยิ่งถ้าหากเกิดในเด็กแล้วเผลอเอามือที่มีเชื้อโรคต่าง ๆ ไปเกา ก็อาจจะเกิดปฏิกิริยาจนทำให้เกิดการลุกลาม มีทั้งเลือดและน้ำเหลืองซึมออกมาตามแผล (จึงเป็นเหตุให้เข้าใจได้อีกอย่างว่าระบบน้ำเหลืองไม่ดี) ต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือน ๆ กว่าจะหาย และเป็นแผลเป็นจากการที่เนื้อถูกทำลายไปอีกด้วย เด็กบางคนที่ถูกยุงกัดตามใบหน้า ก็อาจจะส่งผลให้เกิดการบวมเฉพาะจุด หรือบวมทั้งใบหน้าได้

วิธีรักษาอาการโรคแพ้น้ำลายยุง

วิธีการป้องกันแบบง่าย ๆ ที่ได้ผลดีที่สุด ก็คือการใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่เป็นแหล่งยุงชุกชุม หากจำเป็นต้องไปในสถานที่นั้น ๆ ก็ควรจุดยากันยุง หรือใช้โลชั่นทากันยุง แต่ถ้าหากยังโดนยุงกัดอีก ก็สามารถใช้วิธีเหล่านี้ในการรักษาโรคแพ้น้ำลายยุงได้

  • ล้างผิวหนังบริเวณที่ถูกยุงกัดด้วยน้ำเปล่า หรือน้ำสบู่อ่อน ๆ เพื่อเป็นการกำจัดน้ำลายจากยุงที่เป็นสาเหตุของการระคายเคือง
  • หากไม่มียาทารักษาอาการยุงกัดในช่วงเวลานั้น ๆ สามารถใช้น้ำแข็งเย็น ๆ ประคบบริเวณที่ถูกยุงกัดไว้ก่อนได้ จะช่วยให้ตุ่มยุบเร็วยิ่งขึ้นด้วย
  • ควรเลือกใช้ยารักษาให้เหมาะกับอาการ หากมีภูมิต้านทานดี ไม่แพ้มาก ก็สามารถใช้ยาหม่อง หรือคาลาไมน์ทาเพื่อลดอาการคันได้ แต่ถ้าหากมีการติดเชื้อ หรือมีการแพ้ที่รุนแรง ควรใช้ยาปฏิชีวนะเป็นตัวเลือก และถ้าหากมีอาการแพ้ขั้นรุนแรง ไม่ควรทานยาแก้แพ้ด้วยตัวเอง แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง
  • พยายามอย่าเกา เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า มือของเรา หรือเล็บของเรานั้นมีสิ่งสกปรกและแบคทีเรียอะไรอยู่บ้าง

ทำอย่างไร เมื่อลูกถูกยุงกัด เพื่อป้องกันการแพ้

เมื่อลูกถูกยุงกัด ก็ให้สังเกตอาการก่อนเลยว่า ลูกมีอาการของโรคแพ้น้ำลายยุงที่รุนแรงกว่าปกติหรือไม่ โดยดูได้จากผื่นคันหรือตุ่มที่ถูกยุงกัด ถ้าไม่มีอาการอะไรมาก ก็ถือว่าเด็กมีภูมิต้านทานที่ดี แต่ผู้ปกครองก็ไม่ควรละเลยในเรื่องของการป้องกันการถูกยุงกัดให้กับลูกด้วย แต่ในรายที่เด็กมีอาการคัน และมีอาการบวมที่เห็นได้ชัดเจน ก็สามารถใช้วิธีดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ก่อนได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่เด็กเริ่มตัวบวมและหายใจติดขัด ควรนำตัวไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

Sponsored

ป้องกันลูกน้อย จากยุงตัวร้ายอย่างไร

วิธีป้องกันการโดนยุงกัดที่ดีที่สุด ก็คือการใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด และอยู่ในที่ ๆ สว่าง ไม่มีแหล่งน้ำขังอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลานั่นเอง แต่ถ้าหากผู้ปกครองไม่ว่างดูแล ก็ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการป้องกันยุงให้กับลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นโลชั่น ครีมต่าง ๆ หรือแม้แต่สารสกัดจากสมุนไพรไว้เป็นตัวช่วยแทน และควรกางมุ้งให้ลูกนอนทุกครั้ง ไม่ว่าจะอยู่ในห้องแอร์หรือห้องพัดลมก็ตาม จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด

เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็อย่าได้ชะล่าใจกับเจ้ายุงวายร้ายเด็ดขาด เพราะมันอาจทำให้ลูกน้อยของคุณเกิดการแพ้น้ำลายยุงได้ ดังนั้นมาดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลจากยุงด้วยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และจัดการบริเวณรอบๆ บ้านให้ปลอดจากยุงกันดีกว่า

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : www.si.mahidol.ac.th

ขอบคุณรูปภาพจาก : www.livealittlelonger.com

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/