โรคผิวเผือก เป็นอีกโรคหนึ่งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม มีโอกาสเกิดขึ้นได้แม้รุ่นพ่อแม่ หรือรุ่นปู่ย่าตายายจะไม่มีอาการของโรคนี้ เพราะเป็นโรคที่เกิดจากยีนส์ด้อยส่งต่อกันมาในครอบครัว โดยสามารถเกิดได้ทุกเชื้อชาติ ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับโรคผิวเผือกกันเลยดีกว่า

เด็กเผือกเกิดจาก อะไร

การที่ลูกมีผิวเผือกเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการผลิตเม็ดสีในร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่กำหนดสีผิว สีผม และสีม่านตา เมื่อเด็กเป็นโรคนี้ร่างกายก็ไม่อาจผลิตเม็ดสีออกมา หรือออกมาน้อยกว่าปกติจนทำให้มีผิวซีด ผมขาวรวมถึงมีปัญหาในการมองเห็นได้นั่นเอง

อาการของโรคผิวเผือก

ลักษณะของ คนเป็นโรคผิวเผือกอาการที่มองเห็นเด่นชัดคือ ทางผิวหนัง เส้นผม และดวงตา ทำให้ความสามารถในการมองเห็นของผู้ป่วยมแย่ลง โดยสามารถแบ่งลักษณะอาการออกได้ดังนี้

1.อาการทางผิวหนัง

อาการเด่นชัด ของเด็กที่ป่วยเป็นโรคผิวเผือกคือมีผิวที่ขาวผิดปกติ ซึ่งหากเทียบกับพี่น้องของตนเองแล้วพบได้ว่าระดับสีผิว จะมีสีขาวไปจนถึงสีน้ำตาล อีกทั้งยังมีผิวสีเกือบจะเหมือนกับพ่อแม่หรือพี่น้องของตัวเอง ที่ไม่ได้เป็นโรคผิวเผือกก็ได้ เนื่องจากร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย มีการสร้างเม็ดสีผิวที่ต่างกันไป ที่สำคัญคนผิวเผือกจะมีความไวต่อแสงมากเป็นพิเศษ สืบเนื่องมาจากไม่มีเม็ดสีเมลานิน ที่จะช่วยในการปกป้องผิวจากแสงแดด การที่เด็กเป็นโรคผิวเผือกโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ก็ทำให้ผิวหนังเกิดเปลี่ยนสีเป็นสีแทนได้ ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง รวมถึงอาจจะมี ไฝ กระ ขี้แมลงวันขึ้นตามผิวหนังได้ด้วย

2.อาการที่แสดงออกทางดวงตา

เด็กที่เป็นโรคผิวเผือก ดวงตาอาจจะมีสีฟ้าอ่อนสีเทา ไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อน โดยอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เมื่ออายุมากขึ้น ทั้งนี้สีของดวงตาสามารถเปลี่ยนแปลง เป็นสีอื่นขึ้นอยู่กับจำนวนเม็ดสีที่ร่างกายผลิตออกมา รวมถึงชนิดของโรคผิวเผือกที่เป็นด้วย หากมีเม็ดสีที่ม่านตามีน้อย จะทำให้ดวงตาปรับแสงได้ไม่ดีและการมองเห็นในที่มืดก็ไม่ชัดเจนนัก ซึ่งเด็กที่เป็นโรคผิวเผือกส่วนใหญ่จะสายตาสั้น หรือถ้าหากเป็นสายตายาวก็จะยาวมาก ซึ่งเกิดจากปัญหาด้านระบบประสาทที่ส่งภาพจากตาไปยังสมอง และอาจมีปัญหาเกี่ยวกับสายตา ตาเหล่ ตาไวต่อแสง หรือไม่สามารถควบคุมดวงตาได้ หรือในบางรายก็มีอาการตาบอดนั่นเอง

3.อาการทางเส้นผม

เนื่องจากร่างกายขาดการผลิตเม็ดสี ทำให้เด็กผิวเผือก มีสีของขนตา สีของคิ้วที่ซีดจาง รวมถึงอาจจะมีผมสีบรอนด์อ่อนๆ ตลอดจนสีผมน้ำตาล หรือสีแดงได้

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

ในเด็กที่เป็นโรคผิวเผือก อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ดังนี้

- ผู้ป่วยมักจะมีอาการผิวหนังเป็นปื้นจากการถูกแดดเผา จนสามารถกลายเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังได้

- มีภาวะอ่อนแอของปอด จนทำให้มีการติดเชื้อได้ง่าย

วิธีดูแลรักษา

โรคเด็กผิวเผือกเป็นโรคที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโดยตรงแต่สามารถดูแลได้ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานาน ถ้าจำเป็นต้องอยู่กลางแดดจริงๆ ก็ควรสวมเสื้อผ้าแขนยาวมิดชิด และที่สำคัญควรทาครีมกันแดด ด้วย

2. อยู่กลางแดดควรสวมใส่แว่นกันแดด เพื่อช่วยถนอมดวงตา และไม่ให้ดวงตาสัมผัสกับแสงแดด

Sponsored

3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่มีความอ่อนโยน และเป็นแบบออร์แกนิค

อาการน่าเป็นห่วงในเด็กผิวเผือก

ในเด็กที่เป็นโรคผิวเผือกอาจมีการเคลื่อนไหวไม่ดีเท่าที่ควร รวมถึงอาจจะมีนิสัยการเดินที่หกล้มหรือสะดุดได้บ่อย ซึ่งเกิดจากปัญหาในการมองเห็น เป็นผลมาจากการผลิตเม็ดสีในร่างกายซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของจอประสาทตา ทั้งนี้หากผลิตเม็ดสีออกมาน้อยก็จะส่งผลให้ดวงตาของผู้ป่วย ส่งสัญญาณจากเส้นประสาทจอตาไปยังสมองเกิดความผิดปกติได้ด้วย โดยจะมีปัญหาในการมองเห็นดังนี้

- ตาไวต่อแสง

- ตาเหล่

- ตากระตุกโดยไม่รู้ตัวซึ่งผู้ป่วย อาจจะผงกศีรษะ หรือโยกศีรษะ เพื่อให้อาการดังกล่าวหายไป จะช่วยให้การมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น

- สายตาเอียง สายตาสั้น หรือสายตายาว เป็นอย่างมากก็ได้

- การมองเห็นความลึกของสิ่งต่างๆ ไม่ค่อยดี

โรคนี้ป้องกันได้หรือไม่

การป้องกันสำหรับคน ผิวเผือก ไม่มีวิธีอื่นใดจะป้องกันได้ดีไปกว่าการวางแผนครอบครัวก่อนมีบุตรเพื่อตรวจสุขภาพ โรคทางพันธุกรรม รวมถึงโรคทางภูมิต้านทานของคุณพ่อคุณแม่ด้วย

ถึงแม้ว่าลูกจะมีผิวเผือก แต่ก็สามารถเลี้ยงดูให้สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพียงแค่ให้คุณพ่อคุณแม่ใส่ใจในการศึกษาหาข้อมูล และนำมาปรับใช้ในการดูแลลูก เพื่อให้ลูกดำเนินชีวิตเหมือนเด็กปกติทั่วไปได้นั่นเอง

= = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ทำความรู้จักกับสารอาหารในนมแม่ เช็คสิ มีอะไรบ้าง

2.7 วิธีดูแล ทำความสะอาดเต้านม พร้อมกระตุ้นน้ำนมแม่