ตกขาวแสบคันช่องคลอด Q: ช่วงนี้ดิฉันมีอาการการตกขาวและแสบคันบริเวณช่องคลอดด้วย กังวลว่าจะทำให้เกิดอันตราย ควรแก้ไขยังไงดีและควรดูแลสุขอนามัยช่องคลอดยังไงคะ

ตกขาวแสบคันช่องคลอด

ตกขาวแสบคันช่องคลอด

A: อาการตกขาว หรือ Leukorrhea หรือบางคนอาจจะเรียกว่า ระดูขาว คือ สารคัดหลั่งที่ผลิตออกมาจากเซลล์ในบริเวณช่องคลอด ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น และป้องกันการติดเชื้อต่างๆ กับช่องคลอด และถือเป็นภาวะปกติที่เกิดกับผู้หญิงทุกคน โดยในวัยเด็กจะมีการตกขาวจำนวนน้อย พอถึงวัยเจริญพันธุ์ที่มีประจำเดือนการตกขาวจะมีมากขึ้น และในช่วงสูงวัยการตกขาวจะลดปริมาณลงตามลำดับ

ในการตกขาวที่เป็นปกติ จะประกอบด้วยเซลล์เยื่อบุผิวหนัง สารคัดหลั่งของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง มูกจากต่อมบริเวณปากมดลูก เม็ดเลือดขาว และเชื้อแบคทีเรียทั้งชนิดที่มีประโยชน์ เช่น แลคโตบาซิลไล (คนละสายพันธุ์กับที่อยู่ในนมเปรี้ยวนะคะ) รวมถึงเชื้อที่มีโทษบางชนิดโดยอยู่กันแบบสมดุล  แบคทีเรียที่ดีคอยควบคุมไม่ให้เชื้อโรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดตกขาวผิดปกติ เช่น เชื้อรา เป็นต้น

แต่หากช่วงไหนที่สภาพสมดุลในช่องคลอดเปลี่ยนไป ซึ่งก็มาจากความอับชื้นบ้าง การรักษาความสะอาดไม่เพียงพอบ้าง  การใช้น้ำยาอนามัยต่างๆ บ้าง การมีเพศสัมพันธ์บ้าง ที่ทำให้แบคทีเรียตัวที่ดีตายไป เชื้อโรคตัวร้ายก็จะเข้ามาอาศัยเจริญในช่องคลอดแทนที่ จนเกิดความผิดปกติในการตกขาวนั่นเอง

การตกขาวปกติ จะมีลักษณะเป็นมูกเหลวใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่ทำให้เกิดอาการแสบคับ ขณะที่หากการตกขาวมีความผิดปกติ จะมีลักษณะมีกลิ่นคาว ปวดแสบปวดร้อนหรือแสบคันบริเวณช่องคลอด และมีสีตกขาวเปลี่ยนไปจากที่มีสีขาวข้นคล้ายแป้งเปียก กลายเป็นสีเหลืองหรือสีเขียวหรือสีน้ำตาล โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ประมาณ 2 สัปดาห์ขึ้นไป

การป้องกันและการรักษาส่วนใหญ่จะใช้วิธีเหน็บยาหรือทานยาจากหมอประมาณ 1 สัปดาห์ ก็จะหายเป็นปกติ แต่อย่างไรในการป้องกันสำหรับอาการตกขาวนั้น ควรมีการเริ่มต้นดูแลสุขอนามัยของช่องคลอด เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำได้บ่อยๆ ดังนี้

-ดูแลช่องคลอดไม่ให้อับชื้น โดยหลังจากอาบน้ำ หรือปัสสาวะ ควรเช็ดให้แห้ง โดยเช็ดจากด้านหน้ามาเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากทวารหนักมาที่ช่องคลอดนั่นเอง

-งดการใช้น้ำยาอนามัยต่างๆ รู้ไหมว่าการดูแลรักษาช่องคลอดที่ดีใช้เพียงน้ำเปล่าสะอาดล้างก็เพียงพอแล้ว

-เลือกสวมใส่ชุดชั้นในที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดจนเกินไป เพราะจะทำให้อับชื้นได้ง่าย

Sponsored

-หลีกเลี่ยงการใช้แผ่นอนามัยโดยไม่จำเป็น เพราะจะเกิดความหมักหมม จนกลายเป็นแหล่งสะสมโรคได้

-งดการมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่รักษา หรือควรให้สามสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง

-งดแอลกอฮอล์ในช่วงที่รักษา เพราะมีผลกับยาที่ทาน อาจทำให้เกิดอาการใจสั่นหรือปวดเมื่อยตามร่างกายได้

-ในกรณีที่การตกขาวผิดปกติและแสดงอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเพราะมาจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องรักษาทั้งภรรยาและสามีด้วย

-หากพบว่ามีการแก้ไขอาการตกขาวต่าง ๆ แล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบหมอ

Photos from : pinterest.com

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/