หลังคลอดเป็นเรื่องที่คุณแม่ทุกคนต้องเรียนรู้และคอยรับมือ อาการผิดปกติหลังคลอด กับเรื่องต่าง ๆ คุณแม่บางคนจะพบตนเองอาการเปลี่ยนแปลงไป

อาการผิดปกติหลังคลอด

ซึ่งจะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ทั้งนี้ในคุณแม่บางคนอาจจะพบว่ามีความผิดปกติบางอย่างที่มากกว่าแม่หลังคลอดธรรมดาทั่วไป เรามาเรียนรู้เรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อจะได้รับมือให้ถูกต้องค่ะ

อารมณ์เศร้าหลังคลอด ซึ่งมักจะพบอาการนี้ในระยะ 1 0 วันหลังคลอด ซึ่งก็เป็นผลมาจากความรู้สึกตื่นเต้นมาก บวกกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย บวกกับความตึงเครียดทางจิตใจในระยะแรก กลายมาเป็นความรู้สึกท้อแท้ ซึ่งคุณแม่เองก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเกิดจากอะไร แต่สันนิษฐานว่ามาจาก อารมณ์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ หงุดหงิดง่าย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ บางคนจะรู้สึกว่าสามีไม่รักเหมือนแต่ก่อน พ่อแม่หรือญาติคนอื่นก็ไม่รักเหมือนเดิม ด้วยทุกคนมุ่งสนใจแต่ทารกน้อยคนเดียว ขณะเดียวกันก็จะรู้สึกผิดกับความคิดนี้ จนเกิดความผิดปกติด้านสุขภาพจิตหลังคลอดตามมา

โรคประสาทหลังคลอด คุณแม่จะมีอาการโมโหง่าย หงุดหงิดง่าน ร้องไห้ง่าย ซึมเศร้า กังวลกับทุกเรื่อง เช่น ลูกไม่หยุดดูดนม ไม่อยากให้ลูกร้องไห้ตอนนี้ ไม่ชอบที่ลูกเป็นแบบนี้ ยิ่งหากลูกร้องไห้ก็จะควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ จนเผลอทำร้ายลูก เป็นต้น ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิด ความคิดแบบนี้จะเข้ามาซ้ำ ๆ วนเวียนตลอดเวลา จนกลายเป็นทำร้ายสุขภาพจิตกับสุขภาพร่างกายของตนเองตามมา เช่น ไม่กินข้าว เบื่ออาหารทุกอย่าง นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ ไม่มีความรู้สึกทางเพศ ไม่สนใจการดูแลลูก บางครั้งก็ร้องไห้เกิดความรู้สึกว่าลูกเลี้ยงยากเกินไป เราไม่น่ามีลูกเลย เป็นต้น

อาการโรคจิตหลังคลอด อาการนี้จะเริ่มในระยะ 3-4 วันหลังคลอด อาการที่แสดงออกคือ สับสน สูญเสียสมาธิ พูดเพ้อเจ้อ มีท่าทางแปลก ๆ คร่ำครวญหาแม่ หงุดหงิด กระสับกระส่าย เศร้า เฉย บางคนคิดว่าตนเองยังไม่คลอด บางคนจะรู้สึกว่ามีคนจะทำร้าย หลอน บางคนอาจจะจำสามีตนเองไม่ได้ก็มี ซึ่งนี่ก็เป็นผลมาจาก การที่ร่างกายอ่อนเพลีย วิตกกังวลกับทุกอย่างมากเกินไป หรือคุณแม่บางคนประสบการณ์การคลอดลูกคนก่อนหน้านี้ไม่ดี

 

วิธีรับมือและป้องกัน อาการผิดปกติหลังคลอด ดังนี้ค่ะคุณแม่..

1.ปรึกษาคุณหมอ เพราะจะได้รับคำแนะนำที่ดีหลังคลอด

2.คุณแม่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ โดยมีการจัดห้องนอนให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี คือ สงบ สะอาด ปลอดภัย แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยู่ตามลำพัง

3.ทานอาหารดี มีประโยชน์บำรุงร่างกาย ดื่มน้ำมาก ๆ ดื่มนมวันละประมาณ 2-3 แก้ว

Sponsored

4.สามีต้องทำความเข้าใจกับภาวะที่ภรรยากำลังเป็นอยู่ รวมถึงให้ความไว้ใจ เชื่อใจว่าภรรยาสามารถเลี้ยงลูกน้อยได้ ทั้งนี้ทางที่ดีทางหนึ่งคือ สามีคอยเป็นคนช่วยเหลือภรรยาในการเลี้ยงลูกจะดีมาก ๆ รวมถึงการทำงานบ้านคอยช่วยภรรยาในช่วงหลังคลอด เพื่อลดความวิตกกังวลลง และคอยให้กำลังใจภรรยาเสมอ

การป้องกัน

1.เมื่อพบว่าตั้งครรภ์ คุณแม่ฝากครรภ์ให้เรียบร้อย และทำตามคำที่หมอแนะนำ เพื่อลดความกังวล

2.สามีรวมถึงเครือญาติควรมีการเรียนรู้ในเรื่อง การเยี่ยมคุณแม่หลังคลอด เพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้น

3.ในกรณีที่แม่ต้องเสียลูกในครรภ์ไป ทุกฝ่ายต้องให้กำลังคุณแม่มากขึ้น อย่าแสดงอาการเบื่อหน่ายที่ต้องรับฟังเรื่องต่าง ๆ ที่คุณแม่พูดออกมา การให้กำลังใจเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

 

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/