น้ำคร่ำมีความสำคัญที่จะช่วยให้ทารกดำรงชีวิตในมดลูกของคุณแม่อย่างปลอดภัย การที่มีน้ำคร่ำมากถือว่าผิดปกติค่ะ และจะส่งผลกับครรภ์ น้ำคร่ำมาก คือ น้ำคร่ำที่มีปริมาณมากเกิน 2 ลิตร หรือเรียกว่า  ตั้งครรภ์บวมน้ำ หรือครรภ์แฝดน้ำ (Polyhydramnois) ที่เคยได้ยินกันนั่นเอง

เมื่อแม่ท้องน้ำคร่ำมากผิดปกติ จะส่งผลกับลูกในครรภ์อย่างไร

น้ำคร่ำมากส่งผลอย่างไร

  • การที่มีน้ำคร่ำมากจะทำให้มดลูกถูกดันจากแรงดันภายในให้ยืดขยายออกไปมากจนทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว หายใจไม่ค่อยออก
  • สำหรับคุณแม่บางคนมีขนาดมดลูกที่โตมากไปกดหลอดเลือดในช่องท้อง ทำให้เลือดไหลเวียนจากส่วนล่างของร่างกายกลับไปที่หัวใจไม่สะดวก ทำให้มีเลอืดคั่งที่ขาทำให้มีอาการบวมที่เท้าและบริเวณปากช่องคลอด  ปัญหานี้มักพบได้ประมาณร้อยละ 1 โดยมีสาเหตุมาจาก
    • ประมาณร้อยละ 60 ของครรภ์แฝดน้ำทั้งหมด ไม่ทราบสาเหตุ
    • คุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะเบาหวานที่ไม่สามารถคุมน้ำตาลได้ดีเท่าที่ควร
    • ตั้งครรภ์แฝดชนิดแฝดไข่ใบเดียว
    • ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ชนิดของทารกไม่มีกะโหลกศีรษะ
    • ทารกมีความผิดปกติของทางเดินอาหาร ชนิดหลอดอาหารตีบตันทำให้ทารกกลืนน้ำคร่ำไปในร่างกายมาก ส่งผลให้น้ำคร่ำไหลเวียนผ่านตัวทารกไปไม่ได้ เกิดการท่วมท้นของถุงน้ำคร่ำนั่นเอง

การรักษาครรภ์แฝดน้ำ

  • สิ่งที่คุณหมอทำอย่างแรก คือ การระบายน้ำคร่ำที่มากเกินไปออกไปบ้าง เพื่อให้คุณแม่หายใจได้สะดวกขึ้น
  • การระบายน้ำคร่ำทำได้โดยการใช้เข็มเจาะดูดน้ำคร่ำออกเป็นระยะ จนกว่าจะคลอด
  • นอกจากนี้ ยังต้องรักษาที่สาเหตุด้วย เช่น ตรวจพบว่าคุณแม่เป็นโรคเบาหวาน ต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี  กรณีที่ทารกพิการ ถ้ารุนแรงมากจนแน่ใจว่าคลอดออกมาแล้วอาจไม่มีโอกาสรอดชีวิต คุณหมอจำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์ทันที
  • กรณีที่ความรุนแรงไม่มากจำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบประคับประคองไปเรื่อย ๆ ค่ะ คือ การเจาะน้ำคร่ำออกเป็นระยะ ๆ แล้วค่อยดูแลรักษาทารกภายหลังคลอดต่อไป

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

Sponsored

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/