อาการ ปวดท้องขณะตั้งครรภ์ อาจเกิดขึ้นได้ในคนท้องแทบทุกคน ซึ่งก็ต้องดูว่าอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร อันตรายหรือไม่ โดยวันนี้เราก็จะพาคุณแม่ไปดูกันว่า อาการปวดท้องเกิดจากอะไรได้บ้าง แบบไหนอันตรายไม่อันตราย และจะมีวิธีการรับมือได้อย่างไร

ปวดท้องขณะตั้งครรภ์ เกิดจากอะไร

อาการปวดท้องในคนท้องอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่มดลูกมีการขยายใหญ่ขึ้น จึงทำให้มีอาการปวดขึ้นมา แต่จะปวดในระดับที่พอทนไหวหรือพูดง่ายๆ ก็คือไม่รุนแรงนั่นเอง นอกจากนี้การมีเพศสัมพันธ์บางครั้งก็อาจกระตุ้นให้มีอาการปวดท้องขึ้นมาได้อีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก จึงมีคำแนะนำว่าไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์นั่นเอง แต่ทั้งนี้อาการปวดท้องก็อาจเกิดจากสาเหตุที่ร้ายแรงได้เหมือนกัน ซึ่งเราจะพาคุณไปทำความเข้าใจกันต่อไป

อาการปวดท้องแบบไหน อันตราย

อาการปวดท้องที่อันตรายมักจะมีอาการปวดอย่างรุนแรง และอาจมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย โดยมี 4 สาเหตุที่คุณแม่ต้องระวังดังนี้

1.แท้งคุกคาม

คุณแม่อาจจะเจอกับภาวะแท้งคุกคามได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งจะมีอาการปวดท้องแบบหน่วงๆ และพบว่ามีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอด หรือในบางรายก็อาจมีอาการปวดแบบรุนแรงจนทนไม่ไหว โดยหากมีอาการแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะคุณอาจกำลังแท้งคุกคามและเสี่ยงต่อการแท้งลูกได้สูงมาก

2.ติดเชื้อ

กรณีที่ปวดท้องเนื่องจากการติดเชื้อ มักจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าติดเชื้อบริเวณไหนของร่างกายนั่นเอง เช่น ติดเชื้อกระเพาะอาหาร ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และการติดเชื้ออาหารเป็นพิษ เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะติดเชื้อเพราะอะไรก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ได้

3.ตั้งครรภ์นอกมดลูก

อาการปวดท้องที่เกิดจากการตั้งครรภ์นอกมดลูก มักจะมีอาการในช่วง 3 เดือนแรก โดยจะมีอาการปวดท้องพร้อมกับมีเลือดออกเช่นเดียวกับแท้งคุกคาม แต่มักจะปวดด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ปวดท้องด้านซ้าย หรือปวดท้องด้านขวา ขึ้นอยู่กับว่าตัวอ่อนถูกฝังอยู่ตรงท่อนำไข่ด้านไหนนั่นเอง ซึ่งการตั้งครรภ์นอกมดลูกก็จะมีความอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะหากไม่รีบผ่าตัดออก อาจทำให้ท่อนำไข่แตกและอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว

4.คลอดก่อนกำหนด

คุณแม่บางท่านอาจคลอดก่อนกำหนดได้ ซึ่งก็จะมีอาการปวดท้องเป็นสัญญาณเตือน โดยหากมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงในช่วงอายุครรภ์ก่อน 23 สัปดาห์ มักจะเสี่ยงต่อการแท้งลูกได้สูง แต่หากปวดท้องคลอดก่อนกำหนดระหว่าง 23-37 สัปดาห์ เด็กจะมีโอกาสรอดสูง ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดท้อง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งนี้แพทย์อาจจะให้ยายับยั้งการคลอดเพื่อช่วยยืดเวลาให้เด็กได้อยู่ในครรภ์นานที่สุด

การดูแลตัวเอง เมื่อมีอาการปวดท้อง

สำหรับการดูแลตัวเอง เมื่อมีอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์ก็มีดังนี้

1.นั่งหรือนอนพักทันทีที่ปวด

เมื่อมีอาการปวดท้อง ไม่ว่าคุณแม่จะทำอะไรอยู่ก็ตาม ควรนั่งหรือนอนพักในทันที เพื่อให้อาการปวดทุเลาลงไป โดยระหว่างนอนพักอาจใช้มือนวดเบาๆ เพื่อคลายอาการปวดลงด้วยก็ได้

2.นอนตะแคงตรงข้ามกับข้างที่ปวด

Sponsored

ควรนอนตะแคงตรงข้ามกับข้างที่มีอาการปวด จะช่วยบรรเทาอาการได้เป็นอย่างดี โดยให้นอนตะแคงขวาเมื่อมีอาการปวดท้องด้านซ้าย และนอนตะแคงซ้าย เมื่อมีอาการปวดท้องด้านขวานั่นเอง

3.แช่น้ำอุ่นสักแปป

การแช่น้ำอุ่นสักแปป จะช่วยผ่อนคลายอาการปวดได้ เพราะจะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อคลายลงจึงทำให้อาการปวดค่อยๆ ทุเลาและรู้สึกดีขึ้น

4.รับประทานยาพารา

หากปวดมากอาจรับประทานยาพาราเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ แต่ก็ไม่ควรทานบ่อยหรือมากเกินไป เพราอาจส่งผลต่อลูกในท้องได้เหมือนกัน

5.ไปหาหมอทันที

กรณีที่มีอาการปวดอย่างรุนแรง ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุที่อันตรายโดยเฉพาะการแท้ง ควรไปหาหมอทันที เพื่อจะได้ทำการรักษาได้ทันนั่นเอง

อาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ คุณแม่ควรสังเกตอาการของตัวเองให้ดี ซึ่งหากมีอาการปวดรุนแรงและมีเลือดออกร่วมด้วย ไม่ควรชะล่าใจอย่างเด็ดขาด

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.หัดกุหลาบ โรคนี้เป็นอย่างไร อันตรายต่อลูกน้อยมากแค่ไหน

2.โรคภูมิแพ้ตัวเอง คุณแม่รู้ไหม ลูกน้อยก็อาจเป็นได้