การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแม่ท้องในแต่ละช่วงเดือนมีความแตกต่างกันไป แม่จ๋า!!!อยากรู้ไหม ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่บ้างในช่วง 1 – 9 เดือนนี้  ติดตามอ่านกันค่ะ

ในเดือนที่ 1-9 เกิดอะไรกับแม่ท้องบ้าง มาดูกันค่ะ

เดือนที่ 1

ยินดีด้วยนะคะสำหรับว่าที่คุณแม่ทุกคนที่ตอนนี้ตั้งครรภ์แล้ว แต่ยังมีคุณแม่อีกหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท้องแล้วนะ!!! จึงไม่ได้สนใจต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สำหรับคุณแม่ที่มีความรู้สึกไวจะเริ่มรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นยิ่งได้รับการยืนยันจากคุณหมอแล้วว่าตั้งครรภ์แน่ ๆ คุณแม่ส่วนมากจะพบอาการดังนี้

ขาดประจำเดือนเป็นเดือนแรก – คุณแม่บางคนอาจจะมีเลือดออกกะปริบกะปรอยจาง ๆ เป็นสีชมพูอ่อนไหลออกจากช่องคลอด เนื่องจากขณะนี้ตัวอ่อนได้ฝังตัวลงกับผนังมดลูกและเจริญเติบโตขึ้นแล้ว – มีอาการเจ็บคัดเต้านมและลานนม  ลานนมขยายขนาดใหญ่ขึ้นและมีสีคล้ำขึ้นกว่าปกติ – บางคนมีอาการท้องอืด บางคนท้องผูก บ่อยๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้อาจไม่ค่อยมีอาการดังกล่าว – ปัสสาวะบ่อยขึ้น เพราะมดลูกขยายขนาดขึ้นไปเบียดกระเพาะปัสสาวะถี่ขึ้น – รู้สึกหิวบ่อย  กินจุบกินจิบโดยไม่รู้ตัว นั่นเป็นเพราะร่างกายต้องการสารอาหารมากขึ้นเพื่อไปเลี้ยงตัวอ่อนในครรภ์

เดือนที่ 2

ในเดือนที่สองนี้ขนาดท้องของคุณแม่ยังไม่โตขึ้นเท่าใดนัก แต่มดลูกขยายขนาดขึ้นแล้ว  รู้สึกว่าช่องคลอดบวม ท้องน้อยเป่ง ๆ อยู่ภายใน – มีตกขาวเพิ่มมากขึ้น – เต้านมขยายขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ลานนมมีสีคล้ำมากขึ้น – มีอาการแพ้ท้องเริ่มชัดเจนมากกว่าเดือนแรก อ่อนเพลีย  คลื่นไส้  อาจมีความรู้สึกเหม็นกลิ่นอาหารหรือน้ำหอมที่เคยใช้  วิงเวียนศีรษะเพราะร่างกายต้องการอากาศไปเลี้ยงตัวอ่อนในร่างกาย

สำหรับคุณแม่ที่ไม่มีอาการแพ้ท้องจะชอบกินจุบกินจิบตลอดทั้งวัน เพราะร่างกายต้องการสารอาหารไปเลี้ยงตัวอ่อนที่กำลังเจริญเติบโต – แต่สำหรับคุณแม่บางคนอาการแพ้ท้องอาจจะทำให้ไม่อยากกินอาหารแต่ต้องพยายามบังคับตนเองให้กินอาหารบ้าง  เพื่อไม่ให้ท้องว่างเพราะจะยิ่งมีอากาแพ้ท้องมากขึ้น และเลือกอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตชนิดดี เช่น ขนมปังกรอบ ธัญพืช ข้าวกล้อง กินโปรตีนที่ย่อยง่ายจำพวกไข้ต้มสุก

และดื่มผลไม้คั้นสดให้มาก พยายามนอนหลับพักผ่อนให้มากและอย่าลืมรับประทานวิตามินเสริมที่คุณหมอจัดให้นะคะ โดยเฉพาะวิตามินบีรวมจำเป็นต่อการพัฒนาสมองและระบบประสาท  ส่วนธาตุเหล็กบำรุงระบบหมุนเวียนเลือดของคุณแม่

เดือนที่ 3

ในช่วงเดือนที่ 2 – 3 นี้ จะอยู่ในช่วงที่คุณแม่ต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนที่มีชีวิตน้อย ๆ ถือกำเนิดขึ้นมาในท้องของคุณแม่ ประกอบกับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงขึ้นทำให้เกิดอารมณ์เครียด หงุดหงิด แปรปรวนได้ง่ายต้องพยายามควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติและผ่อนคลาย เช่น เดินออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟังเพลง

รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อาการแพ้ท้องจะยังมีอยู่ทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลีย  และมีบางคนที่นอนไม่หลับ จนเกิดการสะสมกลายเป็นความเครียดได้  ต้องหาทางผ่อนคลายนะคะ เพราะความเครียดไม่ดีต่อทั้งคุณแม่และทารกน้อยในครรภ์

ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนที่สาม ท้องของคุณแม่จะเริ่มยื่นกลมออกมาเล็กน้อยเหมือนคนมีพุงนั่นแหละค่ะ อาการแพ้ท้องก็เริ่มลดลง จากที่เคยเบื่ออาหารก็กลับมาทานอาหรได้มากขึ้น น้ำหนักที่หายไปจะเริ่มกลับมา หรืออาจจะมากกว่าเดิมเล็กน้อยประมาณ 1 – 2 กิโลกรัม

เดือนที่ 4

ในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ไตรมาสที่สองกันแล้ว เดือนที่สี่นี้รูปร่างของคุณแม่เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนมากขึ้นแล้วค่ะ หน้าท้องจะโตยื่นออกมามากขึ้นแต่คนอื่นอาจจะสังเกตได้ไม่ชัดโดยเฉพาะในท้องแรก เสื้อผ้าเริ่มคับตึงจนต้องเปลี่ยนไซส์  เริ่มใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ หรือเริ่มมองหาชุดคลุมท้องสวยเก๋มาใส่ได้แล้วนะคะ จะได้สบายตัวไม่อึดอัด

การเปลี่ยนแปลงของสีผิวเริ่มเห็นชัดจะมีสีผิวที่เข้มขึ้น และมีเส้นสีดำที่กลางท้องลากผ่านสะดือขึ้นมาบริเวณหัวหน่าวจนถึงลิ้นปี่ชัดเจนขึ้น – หัวนมและลานนมจะขยายขนาดใหญ่ขึ้นและมีสีคล้ำกว่าเดิมจนเห็นได้ชัด หัวนมจะไวต่อความรู้สึกมาก จนเริ่มเจ็บหากใส่เสื้อชั้นในที่รัดแน่น

ดังนั้นควรเปลี่ยนขนาดเสื้อชั้นในหรือใช้เสื้อชั้นในของแม่ท้องโดยเฉพาะ – อาการแพ้ท้องจะโบกมือลาในเดือนนี้ค่ะ และจะเริ่มมีความอยากอาหารมากขึ้น ความเครียดต่างๆ จะเริ่มลดลงเพราะคุณแม่รู้สึกสบายตัวมากขึ้น นับจากนี้ต่อไปน้ำหนักของคุณแม่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามขนาดของอายุครรภ์ โดยเฉลี่ยประมาณ 0.5 กิโลกรัม / สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดเดือนที่ 4 น้ำหนักของคุณแม่

เดือนที่ 5

เดือนที่ห้าร่างกายของคุณแม่จะเปลี่ยนแปลงขนาดไป ไม่ใช่บริเวณหน้าท้องเท่านั้นที่เปลี่ยนไป แต่คุณแม่จะใหญ่ขึ้นทั้งตัว เรียกว่า ดูมีน้ำมีนวลค่ะ – เอวของคุณแม่จากที่เคยกิ่วคอดก็จะเป็นเส้นตรง หน้าท้องขยายตามขนาดของครรภ์ที่เพิ่มมากขึ้น บั้นท้ายและสะโพกกลมอิ่ม เส้นกลางท้องมีสีเข้มขึ้น สะดือแผ่ขยายกว้างออก

อาจแบนราบหรือนูนจุ่นออกมา  สะดือคือบริเวณเหนือสุดของมดลูกลูกหรือยอดมดลูกนั่นเองค่ะ – ในเดือนที่ห้านี้น้ำหนักตัวของคุณแม่จะเพิ่มมากขึ้น 4 – 5 กิโลกรัมค่ะ และในเดือนนี้เองคงต้องนำชุดคลุมท้องสวยเก๋ที่ซื้อเตรียมไว้ออกมาใส่ได้แล้วค่ะ

Sponsored

เดือนที่ 6

ในช่วงเดือนนี้คุณแม่จะเริ่มรู้สึกอึดอัด หายใจไม่เต็มปอด หายใจไม่สะดวก เพราะท้องของคุณแม่เริ่มมีขนาดใหญ่มากขึ้นจนยอดมดลูกสูงเหนือสะดือแล้ว – ในเดือนนี้แหละค่ะ  คุณแม่จะเริ่มมีอาการเจ็บท้องหลอกหรือเจ็บท้องเตือนแล้วนะคะ จะรู้สึกเจ็บจี๊ด เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งพร้อมกันกับมดลูกเป็นจังหวะถี่ ๆ ติดกัน ครั้งละ 2 – 3 วินาที

แล้วเว้นช่วงไป แต่อาจเกิดอาการขึ้นใหม่ได้อีกนะคะ แต่ต้องปวดแบบไม่สม่ำเสมอและไม่ปวดมากขึ้นรวมถึงไม่เจ็บร้าวไปที่หลังเพราะนั่นเป็นการเจ็บท้องคลอด หากเกิดขึ้นในระหว่างนี้ไม่ดีแน่ต้องรีบพบคุณหมอโดยด่วนค่ะ – การเจ็บเตือนหรือเจ็บหลอกเช่นนี้  ถือเป็นการเตรียมความพร้อมร่างกายตามธรรมชาติเพื่อให้มดลูกและกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเบ่งคลอดได้ออกกำลังสร้างความแข็งแรงก่อนคลอดจริง หรือเรียกว่าซ้อมคลอด ทางการแพทย์เรียกว่า Braxton Hick Contractions

เดือนที่ 7

เป็นเดือนแรกของไตรมาสสามหรือไตรมาสสุดท้ายกันแล้วนะคะ ระดับฮอร์โมนของคุณแม่จะเปลี่ยนแปลงไปมากเหมือนกับเมื่อครั้งตั้งตอนเริ่มท้อง เพราะร่างกายกำลังเตรียมเข้าสู่โหมดการคลอด – คุณแม่จะรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย มีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ บ้างและคุณแม่บางคนอาจจะมีอาการไมเกรนร่วมด้วย

เป็นเพราะเส้นเลือดในสมองขยายตัวจากฮอร์โมนที่สูงขึ้นนอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ควรนอนงีบในช่วงกลางวันสัก 1 ชั่วโมงจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบายตัวมากขึ้นค่ะ – ในช่วงนี้ผิวพรรณของคุณแม่จะเต่งตึงมีน้ำมีนวล  เช่นเดียวกับมดลูกที่มีเลือดไหลเวียนเพื่อไปเลี้ยงทารกเป็นปริมาณมาก  มดลูกจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมากและไปกดเบียดอวัยวะอื่น ๆ ในช่องท้อง เช่น กระเพาะปัสสาวะ ทำให้คุณแม่รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย ๆ

คุณแม่บางคนอาจจะมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูกหรือเป็นกรดไหลย้อนได้ รู้สึกแสบร้อนกลางหน้าอกหลังจากที่ทานอาหารเสร็จใหม่ ๆ อาการเหล่านี้จะยังคงทำให้เกิดความน่ารำคาญอยู่เรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กถูกเบียดด้วยมดลูก – มีอาการบวมตามมือและเท้าเป็นเรื่องปกติของคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงเดือนท้าย ๆ เพราะร่างกายสะสมน้ำและสารอาหารเอาไว้มากจึงทำให้เกิดอาการเส้นเลือดขอดที่ขาและน่อง เพราะมีเลอืดหมุนเวียนมากขึ้นประกอบกับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง – เต้านมขยายใหญ่ขึ้น มีอาการเจ็บคัดเต้านม เห็นตุ่มขุมขนบริเวณจุกนมเด่นชัด ต่อมผลิตน้ำนมในเต้านมของคุณแม่เตรียมการลิตน้ำนมแล้วค่ะ อาจทำให้มีหัวน้ำนมสีเหลืองใส ไหลออกมาบางครั้งได้ค่ะ

เดือนที่ 8

ในเดือนนี้คุณแม่สุดแสนจะอุ้ยอ้ายเสียเหลือเกินแต่ก็ดูน่ารักนะคะ อย่าเครียดไปคลอดแล้วก็กลับมาหุ่นเพรียวได้  อาจทำให้การลุกนั่ง ก้าวเดินเชื่องช้ายิ่งขึ้น ร่างกายอึดอัดไปหมดต้องจัดท่านั่ง ยืน นอนให้ดีนะคะ คุณแม่จะหายใจไม่สะดวกเพราะมดลูกขยายขนาดขึ้นจนเกือบถึงซี่โครงซี่สุดท้าย ดังนั้นการจัดท่านั่ง ยืน  เดิน นอน ต้องให้ถูกต้อง

เพื่อให้อากาศเข้าสู่ปอดมากขึ้น เวลานอนให้นอนตะแคงเป็นท่านอนที่ดีที่สดสำหรับคนท้องนะคะ มักจะพบปัญหาท้องผูก บางคนอาจจะมีในเรื่องของริดสีดวงทวาร ต้องรับประทานอาหารที่มีกากใยเพื่อสะดวกในการขับถ่าย

เดือนที่ 9

นับถอยหลังรอเจ้าตัวน้อยได้เลยค่ะ  ในช่วงเดือนนี้คุณแม่จะมีอากรท้องแข็งเป็นระยะ จนบาทีเป็นก้อนเนื้อแข็งปูดออกมา เริ่มรู้สึกหน่วง ๆ บริเวณอุ้งเชิงกราน เพราะทารกได้กลับหัวลงมาสู่อุ้งเชิงกรานแล้ว ปากมดลูกอ่อนนุ่มเตรียมพร้อมที่จะขยายออกเพื่อให้ทารกได้เคลื่อนตัวผ่านออกมา ช่องคลอดขยายความกว้างและความยาวมากขึ้น มีเยื่อเมือกภายในช่องคลอดมากขึ้น ที่เห็นเหมือนตกขาวนั่นแหละค่ะ

จะเริ่มมีอาการท้องแข็งบ่อยขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกาย เป็นการเจ็บเตือน แต่จะเจ็บบ่อยมากขึ้นเมื่อพ้นเก้าเดือนไปแล้ว ในเดือนนี้คุณแม่จะรู้สึกเหนื่อยล้ามาก เดินเหินไม่สะดวก ทานข้าวอิ่มก็รู้สึกอึดอัดแน่นท้อง หายใจไม่เต็มปอด หัวใจทำงานหนักมากเพราะต้องสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทารกน้อย แต่อีกไม่นานก็ได้เจอกันแล้วนะคะ

ได้ทราบกันแล้วนะคะว่า ตลอดระยะเก้าเดือนคุณแม่ต้องพบเจอกับอะไรบ้าง แต่ทั้งหมดยังไม่เทียบเท่ากับความชื่นใจเมื่อได้เห็นลูกน้อยคลอดออกมามีสุขภาพแข็งแรง อดทนอีกนิดนะคะ เป็นกำลังใจให้คุณแม่ค่ะ ร่วมแชร์ประสบการณ์ เรื่องราวการคลอดบุตร การดูแลทารก และการเลี้ยงลูกในแบบฉบับของคุณพ่อคุณแม่ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครอบครัว ร่วมสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ที่มีประโยชน์ หากมีข้อข้องใจหรือคำถาม ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ทำความรู้จักกับสารอาหารในนมแม่ เช็คสิ มีอะไรบ้าง

2.7 วิธีดูแล ทำความสะอาดเต้านม พร้อมกระตุ้นน้ำนมแม่