แม่ตั้งครรภ์เกือบทุกคนคงมีอารมณ์และความรู้สึกอย่างหนึ่ง คือ ช่วงระยะใกล้คลอดนั้น มักมีหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามากระทบจิตใจ ให้เกิดความคิดต่าง ๆ นานา ทั้งตื่นเต้นดีใจที่จะได้เจอหน้าลูกน้อย ทั้งหงุดหงิดใจกับอาการบางอย่าง ทั้งอารมณ์ดี อารมณ์ไม่ดี รวมถึงมีความวิตกกังวลกับสิ่งต่าง ๆ มากมาย ว่าเอ๊ะ! ลูกในครรภ์ของเราจะสมบูรณ์แข็งแรงไหม ลูกในครรภ์ของเราจะเป็นนั่นเป็นนี่รึเปล่า เราจะคลอดยากไหม ตอนคลอดจะเจ็บไหม ฯ

งครรภ์เดือนที่ 8 กับความตื่นเต้น ดีใจ และกังวลใจ แล้วจะรับมือยังไงดี

         โดยเฉพาะแม่ตั้งครรภ์ที่เคยมีประวัติแท้ง หรือมีลูกพิการมาก่อน  ความกังวลใจก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ขณะที่แม่ตั้งครรภ์มือใหม่ก็มักจะกังวลกับคำบอกเล่าที่ได้ยินมาจากคนนั้นคนนี้ บ้างก็ว่าการคลอดเจ็บปวดมาก บ้างก็ว่าการคลอดง่าย บ้างก็บอกว่าใช้เวลารอคลอดนาน เป็นต้น จนกลายเป็นความกังวลและความกลัวขังในจิตใจ นี่เองที่นำมาซึ่งความทุกข์ใจ ความกังวลกับทุกเรื่อง ทำให้ร่างกายและจิตใจแม่ตั้งครรภ์ตึงเครียด
         การรับมือกับช่วงเดือนที่ 8  ซึ่งเป็นช่วงเดือนก่อนสุดท้ายระยะคลอด จึงเป็นสิ่งที่แม่ตั้งครรภ์ต้องหาทางรับมือ ซึ่งเรามีเทคนิคดี ๆ มาฝากดังนี้
1.ทำใจให้หนักแน่น เพื่อรับมือกับสิ่งที่เข้ามากระทบ คิดทุกอย่างให้เป็นเหตุเป็นผล และหากพบสิ่งผิดปกติควรปรึกษาหมอที่ฝากครรภ์
2.อย่าเก็บความกังวลไว้คนเดียว ระหว่างตั้งครรภ์แน่นอนว่าย่อมมีหลายเรื่องที่อยู่ในใจแม่ตั้งครรภ์ ดังนั้นหากเกิดปัญหา เกิดความสงสัย ให้หมั่นพูดคุย ระบาย ให้สามี หรือคนใกล้ชิดฟัง เช่น เพื่อนสนิท พ่อแม่ ญาติพี่น้องคนอื่นที่เราไว้ใจ อย่างเก็บไว้คนเดียว เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น
3.ทำตามคำแนะนำคุณหมอ หากสงสัยและสอบถามกับคุณหมอแล้ว ควรทำตามคำแนะนำนั้นอย่างเคร่งครัด หากสงสัยอะไรก็ให้สอบถาม อย่าอายที่จะถาม เพราะเมื่อถามแล้วเราจะได้ทราบคำแนะนำที่ดีและถูกต้อง
4.เมื่ออายุครรภ์ได้ 31 – 34 สัปดาห์ มดลูกจะใหญ่ขึ้น จนดันกะบังลมทำให้รู้สึกหายใจไม่อิ่ม แม่ตั้งครรภ์บางคนจะมีอาการเหนื่อยหอบ และกังวลว่าลูกจะได้ออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งในความจริงเด็กยังคงได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอcและช่วงอายุครรภ์ 36 – 38  สัปดาห์ แม่ตั้งครรภ์จะเริ่มหายใจสะดวกขึ้น เนื่องจากเด็กเริ่มเคลื่อนตัวลงสู่ช่องเชิงกราน
5.แม่ตั้งครรภ์ที่เหนื่อยหอบ มีวิธีป้องกันอาการเหนื่อยหอบ คือ ให้ขยับตัวช้าๆ เพื่อไม่ให้ปอดและหัวใจทำงานหนัก หรือนั่งตัวตรงเพื่อเพิ่มเนื้อปอด และให้นอนยกหัวสูงขึ้น เหล่านี้จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

Sponsored