ในปัจจุบันมีการใช้สมุนไพรเข้ามาช่วยรักษาโรคมากขึ้น จึงทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความปลอดภัยจากการใช้สมุนไพร โดยเฉพาะพ่อแม่ที่อยากนำสมุนไพรมาใช้กับลูกบ้าง ดังนั้นเราจะมาไขข้อข้องใจกันนี้ว่า สมุนไพรต่างๆ นั้นสามารถใช้กับเด็กได้หรือไม่ รวมทั้งวิธีการนำสมุนไพรมาใช้ด้วย

สมุนไพร 8 ชนิดที่ใช้ได้กับเด็ก

สมุนไพรที่ใช้ในเด็ก และคำแนะนำในการใช้สมุนไพร มีดังต่อไปนี้

1.ยามหาหิงคุ์

มหาหิงคุ์นั้นเป็นยาน้ำสมุนไพรมีสีดำและกลิ่นฉุน โดยมีส่วนสรรพคุณหลากหลายทั้งเป็นยาขับลม บรรเทาอาการปวดท้อง ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร และนิยมนำมาใช้เป็นยาใช้ภายนอกกับทารกเพื่อช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อในเด็ก

วิธีการใช้

ในอดีตจะเอามหาหิงคุ์มาผูกไว้กับข้อมือเด็ก โดยใช้กลิ่นเป็นตัวบำบัดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ แต่ในปัจจุบันได้มีการสกัดมหาหิงคุ์ในรูป ทิงเจอร์มหาหิงคุ์ หรือยาน้ำ ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยก่อนทายา ให้อาบน้ำลูกให้เรียบร้อย แล้วนำสำลีชุบมหาหิงคุ์ ก่อนนำมาทาที่บริเวณหน้าท้อง ฝ่ามือและฝ่าเท้าของทารก

2.กล้วย

กล้วยจัดเป็นผลไม้ที่ให้ประโยชน์สูง เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย โดยอาหารมื้อแรกของลูกนั้น คุณแม่ทั้งหลายต่างก็ยกให้กับกล้วยน้ำว้า เพราะกินง่ายเนื่องจากมีรสชาติหวาน ส่วนกล้วยหักมุมนั้นถ้านำมาเผาก่อนกิน จะไม่ทำให้ท้องอืด เพราะการเผาจะทำให้โปรตีนในกล้วยย่อยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การกินกล้วยยังช่วยรักษาอาการท้องผูก เพราะมีเส้นใยและกากอาหารที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ

วิธีการกิน

เพื่อให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ควรให้ลูกได้กินกล้วยเป็นประจำ โดยกินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ลูกก็เพียงพอแล้ว

3.มะกรูด

มะกรูดนั้นจัดเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่อยู่คู่ครัวไทย มีประโยชน์มากมาย จึงนิยมนำมาประกอบในอาหาร โดยส่วนต่างๆ ของมะกรูดมีสรรพคุณในการรักษาอาการต่างๆ เช่น ผิวมะกรูดช่วยขับลม ใบมะกรูดช่วยแก้ไอ เป็นต้น นอกจากนี้มะกรูดยังถูกใช้เป็นยาภายนอก เพื่อช่วยรักษาเหาในเด็กนั่นเอง

วิธีใช้

ในการรักษาเหา ให้นำมะกรูด 2 ลูก ไปเผาไฟก่อน แล้วนำมาคั้นน้ำ เพื่อนำมาชะโลมหนังศีรษะและเส้นผม จากนั้นให้หมักทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมงค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า

4.ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มักนิยมปลูกไว้ในบ้าน ด้วยสรรพคุณที่มากมาย ทั้งเป็นยาที่ช่วยรักษาโรคที่เกิดขึ้นจากภายในและภายนอก เช่น รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แก้กระเพาะและลำไส้อักเสบ อีกทั้งในปัจจุบันยังนำว่านหางจระเข้มาใช้บำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยเมื่อนำว่านหางจระเข้มาใช้กับเด็ก

วิธีใช้

เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนจากไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก ให้นำวุ้นสดที่อยู่ภายในว่านหางจระเข้มาล้างน้ำให้สะอาด ก่อนนำไปประคบแผล โดยประคบไว้ตลอด 2วันแรกหลังเกิดเหตุ ซึ่งจะช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น ส่วนในกรณีที่ลูกโดนมีดบาด ให้นำวุ้นที่ยังมีเมือก อยู่แปะลงบนแผล ก็จะช่วยให้แผลนั้นหายได้เร็วขึ้นเช่นกัน

5.ดอกกานพลูแห้ง

กานพลูนั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน ในส่วนของดอกกานพลูนั้นมีฤทธิ์ในการช่วยย่อยอาหาร ทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นได้ ซึ่งนอกจากยามหาหิงคุ์แล้ว ก็สามารถนำดอกกานพลูมาใช้กับเด็กในการรักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้เช่นกัน

วิธีการใช้

ให้นำดอกกานพลูแห้งสัก 1-2 ดอก มาแช่ในน้ำสะอาดปริมาณ 1 ลิตร หลังจากนั้นจึงนำน้ำที่แช่ดอกกานพลูนี้ไปชงนมให้ลูกกิน ซึ่งตัวยาที่ละลายอยู่ในน้ำนั้นจะช่วยบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้

Sponsored

6.ใบพลู

ในอดีตนิยมนำเอาใบพลูมากินกับหมาก แต่ปัจจุบันกลับไม่เป็นที่ชื่นชอบกันสักเท่าไหร่นัก ทั้งๆที่ใบพลูนั้นเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยดับกลิ่นปากและกลิ่นกาย แก้ลมพิษ ลดบวม รักษากลาก รวมทั้งยังช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

วิธีการใช้

เมื่อลูกมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ให้นำเอาใบพลู 4-5 ใบไปอังกับไฟ พอให้ใบอ่อนลงและรู้สึกอุ่นๆ จากนั้นให้นำมาวางซ้อนๆกันบนท้องของเด็ก และเมื่อใบพลูเย็นลงก็ให้เปลี่ยนใบพลูใหม่ โดยเริ่มจากการนำเอาใบพลูไปอังไฟ และมาวางไว้บนท้องเด็กเหมือนเช่นเดิม และให้ทำซ้ำๆแบบนี้ สัก15-30นาที เพื่อให้ตัวยาซึมผ่านผิว ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อให้ดีขึ้นได้

7.ต้นทับทิม

ทับทิมนั้นถือเป็นผลไม้ที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ และยังมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องเสียได้อีกด้วย ซึ่งในกรณีที่เด็กมีอาการท้องเสียไม่มาก ยังสามารถเล่นและกินได้ คุณแม่ก็สามารถรักษาอาการท้องเสียนี้ จากการหาสมุนไพรภายในบ้านมารักษาลูก อย่างต้นอ่อนจากต้นทับทิมนี้

วิธีการใช้

เพื่อรักษาอาการท้องเสีย ให้นำยอดอ่อนของต้นทับทิมมาสัก 1 กำมือ แล้วล้างน้ำให้สะอาด เติมน้ำลงหม้อสัก 3-4 แก้ว แล้วนำใบทับทิมใส่ลงไป รอต้มจนเดือดประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นปล่อยให้เย็นลง ก่อนนำไปให้เด็กกินครั้งละ 1-2 ถ้วยชา ทุกๆ 2-4 ชั่วโมง แต่ถ้าพบว่าอาการท้องเสียของลูกยังไม่ดีขึ้นภายใน 1วัน ควรพาไปพบแพทย์

8.ใบน้อยหน่า

เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนอาจเคยใช้ใบน้อยหน่าในการรักษาเหาในวัยเด็ก ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทำได้ง่าย ปลอดภัย และยังเหมาะที่จะนำมาใช้กับลูกๆด้วย โดยรับรองว่าสูตรใบน้อยหน่าสามารถรักษาเหาให้หายได้อย่างแน่นอน

วิธีการใช้

ในการรักษาเหา ให้ใช้ใบน้อยหน่า 5-6 ใบ โดยนำมาโขลกให้ละเอียด ก่อนนำมาผสมกับน้ำ แล้วคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำที่คั้นได้มาชโลมให้ทั่วศีรษะ แล้วหมักทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมงค่อยล้างออก โดยให้ทำซ้ำในวันรุ่งขึ้น แต่มีคำเตือนว่าให้ระวังอย่าให้น้ำจากใบน้อยหน่านั้น เข้าตาเพราะจะทำให้แสบตามาก

เห็นไหม ว่าสมุนไพรต่างๆ นั้นสามารถหาได้ง่ายๆ จากในบ้านของเรา ทำให้ไม่ต้องหาซื้อให้วุ่นวาย นอกจากจะช่วยประหยัดแล้ว ยังปลอดภัยดีอีกด้วย ดังนั้นจึงควรสนับสนุนให้เด็กๆ ได้รู้จัก และนำสมุนไพรเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ข้อมูลอ้างอิงจาก thaihealth

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์น้ำหนักลด ในช่วงไตรมาสแรก ผิดปกติหรือไม่

2.รีวิว 7 แอพคนท้อง ที่คุณแม่ควรมี เพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพ