การเลี้ยงดูเด็กในวัยที่กำลังอยากเรียนรู้ให้มีพัฒนาการด้านต่าง ๆ เป็นไปได้ดี โดยเฉพาะช่วงอายุ 3-6 ขวบ คุณพ่อคุณแม่จะต้องปล่อยให้เขาได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ไม่ควรสกัดกั้นการเรียนรู้ของลูกเพราะจะทำให้พัฒนาการช้าได้นั่นเอง และนี่ก็คือ 7 พฤติกรรมของพ่อแม่ ที่ปิดกั้นพัฒนาการของลูกโดยไม่รู้ตัว ซึ่งคุณควรเลิกทำแบบนี้อย่างเด็ดขาด

7 พฤติกรรมพ่อแม่ ที่ปิดกั้นพัฒนาการของลูก

สำหรับพฤติกรรมของพ่อ ที่เป็นการปิดกั้นพัฒนาการของลูกก็มี 7 พฤติกรรมดังนี้

1.ปกป้องลูกมากเกินไป

โดยปกติเด็กวัยนี้จะเริ่มช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันได้แล้ว เพียงแต่ยังไม่ค่อยถนัด หรือทำได้ช้า ไม่ว่าจะเป็นการติดกระดุมเสื้อ การสวมถุงเท้า สวมรองเท้า คุณพ่อคุณแม่เพียงแค่ใจเย็น ๆ รอให้ลูกค่อย ๆ ทำไป อย่ารีบร้อนเข้าไปช่วยเหลือ เพราะการที่ลูกได้ฝึกทำด้วยตัวเองจะทำให้เกิดการเรียนรู้ มีการพัฒนาของเซลล์สมองที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อมัดเล็กทำงานได้ดี ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายของลูกในด้านต่าง ๆ อีกมาก หากเด็กไม่ได้ช่วยตัวเอง ก็จะขาดโอกาสเหล่านี้รวมถึงทำให้เด็กไม่มีความพยายามที่จะทำให้สำเร็จ เพราะคิดว่ายังไงก็มีคนคอยช่วยเหลืออยู่แล้ว จนทำให้ขาดวินัยในการใช้ชีวิต ขาดความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำซึ่งส่งผลเสียต่อการดำเนิดชีวิตในภาคหน้าได้

2.ไม่ส่งเสริมพัฒนาการของลูก

การเลี้ยงลูกแบบไม่ใส่ใจซึ่งบางครั้งคุณพ่อคุณแม่มองข้ามการส่งเสริมพัฒนาการตามวัยของลูก ขาดการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ซึ่งการฟังจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารได้ดีมาก ได้ใกล้ชิดกับลูก เป็นการถ่ายทอดภาษาของแม่ไปยังลูกอย่างถูกต้อง อีกทั้ง ไม่ได้จัดหาของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการตามวัยมาให้ลูกได้เล่น ก็จะทำให้เด็กเสียโอกาสในการเรียนรู้ และกระตุ้นพัฒนาการตามวัย

3.ปล่อยให้ลูกติดหน้าจอ

การที่คุณพ่อคุณแม่มีเหตุผลบางอย่างมากล่าวอ้างว่าไม่มีเวลาเล่นกับลูกจึงเปิดโทรทัศน์ให้ลูกดู หรืออยากให้ลูกนั่งอยู่กับที่ ไม่อยากวิ่งตามลูกจึงเปิดโทรศัพท์มือถือให้ลูกเล่น เพื่อจะได้ให้ลูกอยู่ในสายตา ก็มีข้อดีเพียงเล็กน้อย แต่สิ่งที่จะส่งผลเสียต่อลูกนั้นมีมากกว่า เพราะว่าการที่เด็กอยู่กับหน้าจอนาน ๆ แล้วมักจะติดจอจนไม่ได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของตามวัยของเด็ก อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อสุขภาพในเรื่องสายตา และอาจมีผลต่อการเป็นเด็กสมาธิสั้นได้อีกด้วย การให้ลูกดูจอ ควรมีกฎกติกากันบ้าง และควรกำหนดให้ดูในเวลาที่เหมาะสม

4.ใช้อารมณ์รุนแรงกับลูก

เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่มีอารมณ์ฉุนเฉียวโกรธง่าย มักจะทำให้เด็กมีอารมณ์รุนแรงก้าวร้าวได้ง่าย เนื่องจากการที่เด็กถูกดุด่า หรือได้ยินคำพูดที่ค่อนข้างแข็งกระด้าง หยาบคาย จะส่งผลให้พัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กถูกสกัดกั้น พัฒนาได้ไม่เต็มที่ ส่วนเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ใจเย็นพูดจาอ่อนโยนจะมีความฉลาดด้านอารมณ์มากกว่า รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ฉะนั้นการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีนั้นพฤติกรรมของพ่อแม่มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากหากมอบความรัก ความเข้าใจ ห่วงใยลูกก็ต้อง ค่อยๆอบรมสั่งสอนด้วยวิธีนุ่มนวลจะได้ผลดีกว่าการดุด่า ทุบตีด้วยวิธีรุนแรง

5.พ่อแม่ทะเลาะกัน

Sponsored

ครอบครัวใดที่พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อย ๆ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของลูกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เด็กสามารถรับรู้อารมณ์ ความรู้สึกของพ่อแม่ได้ง่าย เมื่อเด็กได้ยินน้ำเสียงที่เกี้ยวกราดของพ่อแม่ จะทำให้เกิดความเครียดจนร่างกายผลิตสารเครียดออกมาขัดขวางการพัฒนาของสมอง จนมีผลกระทบต่อการนอนหลับ ขัดขวางการเจริญเติบโตของเด็ก ในเด็กบางรายอาจจะทำให้เกิดความเครียดอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามมาได้ ฉะนั้นพยายามหลีกเลี่ยงการทะเลาะกันต่อหน้าลูก

6.ให้ลูกนอนไม่เพียงพอ

การนอนหลับไม่เพียงพอทำให้โอกาสที่ร่างกาย สมองได้ใช้เวลาในการพัฒนาสร้างเซลล์ต่าง ๆ มีน้อยจึงเสียโอกาสที่จะได้พัฒนาร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง เด็กที่นอนไม่พอจะมีอารมณ์ไม่สดชื่นแจ่มใส ขาดความกระปรี้กระเปร่า ในเด็กเล็กอาจจะมีอาการหงุดหงิด งอแงบ่อย ๆ หากเป็นเด็กวัยอนุบาลก็จะทำให้ความจำไม่ดี หรือไม่มีสมาธิในการเรียนรู้ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้นอนหลับอย่างเพียงพอวันละ10 ชั่วโมง กลางวันต้องได้นอนวันละ1-2 ชั่วโมง

7.ใช้คำสั่งมากกว่าเหตุผล

การที่ลูกทำตามคำสั่งแฝงด้วยอำนาจของความเป็นพ่อแม่อย่างง่ายดาย จะส่งผลเสียต่อลูกซึ่งในเด็กบางรายอาจจะเคยชินกับการรับคำสั่งแล้วลงมือทำ โดยที่ไม่จำเป็นต้องคิดต่างหรือรู้เหตุผลว่าทำไม่ต้องทำตามคำสั่ง ทำให้เด็กจะพลาดโอกาสในการเรียนรู้กลไกของคำสั่งว่าเพราะอะไร ทำไมต้องทำ แต่ในขณะอีกครอบครัวหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ค่อย ๆสอนลูกพร้อมอธิบายเหตุผล เด็กจะมีโอกาสเรียนรู้และคิดตาม เขาจะเกิดภาพที่เข้าใจชัดเจน มีการว่ากล่าวตักเตือนลูกด้วยเหตุผล คอยชื่นชมเมื่อลูกทำความดี ล้วนแต่เป็นตัวส่งเสริมให้มีการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีได้

หากบ้านไหนเลี้ยงเด็กโดยยังใช้วิธีเหล่านี้อยู่ควรหลีกเลี่ยงนะคะ ควรสนใจดูแลลูกอย่างใกล้ชิดมอบความรักความเมตตา ค่อย ๆ ขัดเกลา ดั่งคำโบราณที่กล่าวไว้ ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ยังใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย อยากให้ลูกเชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกทำตาม

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.10 อาหารเพิ่มน้ําหนักลูก เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักน้อย

2.อาหารที่แม่กิน มีผลต่อการสร้างน้ำนม จะเลือกกินอย่างไรดี