ฟันจัดเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก นอกจากช่วยในการกัด บดเคี้ยวอาหารให้ละเอียดเพื่อช่วยในการย่อยอาหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ฟันยังเป็นตัวช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี มีเสน่ห์จากรอยยิ้มที่สวยงาม ด้วยการมีฟันทุกซี่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกมีฟันที่สวยงาม โดยไม่มีลักษณะฟันเหยิน จะต้องดูแลเอาใจใส่ลูกน้อยแบบไหนถึงจะป้องกันไม่ให้ลูกฟันเหยินได้ และมีสาเหตุมาจากอะไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

สาเหตุที่ทำให้ลูกฟันเหยิน

การเลี้ยงลูกแบบตามใจและไม่ได้ฝึกวินัยกับลูก ก็อาจจะทำให้ลูกฟันเหยินได้เช่นกันจากสาเหตุดังนี้

1.การปล่อยให้ลูกดูดนมจากขวดเป็นเวลายาวนาน

การที่ลูกติดการดูดนมจากขวด ซึ่งขณะดูดนมเด็กจะใช้ลิ้นดุนฟันหน้าตลอดเวลาเพื่อช่วยให้การดูดนมและกลืนได้อย่างสะดวก อีกทั้งน้ำนมที่ไหลเร็วจึงทำให้ลูกต้องพยายามให้ลิ้นดุนไว้ เมื่อลูกดูดขวดนมนาน ๆ ก็จะทำให้ฟันบนด้านหน้ายื่นออกมา ในขณะเดียวกันฟันล่างก็จะมีการหุบเข้ามาในปาก จนเกิดเป็นอาการของฟันเหยินนั่นเอง

2.พฤติกรรมการดูดนิ้ว

เด็กวัย 1 ขวบมักจะชอบดูดนิ้วซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยนี้ ถึงแม้คุณแม่จะคอยดูแลเอาใจใส่แล้วก็ตาม แต่พอเผลอลูกก็เอานิ้วเข้าปากอีกตามเคย หากลูกมีการดูดนิ้วเป็นเวลานานก็จะส่งผลให้ลูกมีฟันเหยินได้เช่นกัน เพราะการดูดนิ้วก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของฟันหน้าจากการที่นิ้วมือเข้าไปขัดขวางการงอกของฟัน อีกทั้งนิ้วที่ลูกดูดยังไปดันให้ฟันยื่นออกไปด้านหน้าได้แบบเดียวกับการดูดขวดนม

3.เกิดจากพันธุกรรม

หากครอบครัวใดมีญาติสายตรง เช่น คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย มีฟันเหยินก็อาจส่งผลให้การมีฟันเหยินส่งผลถึงลูกได้เช่นกัน

4.ความผิดปกติของใบหน้าและกะโหลก

หากเด็กเกิดมามีความผิดปกติทางด้านโครงสร้างของกะโหลก ใบหน้าผิดรูปก็อาจทำให้ลักษณะของขากรรไกรผิดรูปจนทำให้เกิดฟันเหยินได้

Sponsored

5.ฟันน้ำนมหลุดเร็วเกินไป

การที่ลูกฟันผุและฟันน้ำนมหลุดเร็วเกินไป ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฟันเหยินได้เหมือนกัน เพราะฟันที่ขึ้นมาใหม่อาจมีการเรียงตัวผิดปกตินั่นเอง

ลูกฟันเหยินส่งผลเสียอย่างไร

  1. ทำให้อ้าปากได้ลำบาก รวมถึงการบดเคี้ยวอาหารได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  2. ฟันอาจจะสบเข้ากันไม่ดีจนส่งผลให้ขากรรไกรผิดปกติ มีการขบฟันที่ผิดรูปจนทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้
  3. ฟันที่ยื่นยาวอาจทำให้ในช่องปากเป็นแผลได้ง่าย จากการที่มีความระคายเคืองจากการถูกฟันครูด
  4. มีปัญหาโรคในช่องปากหรือเป็นโรคเหงือกอักเสบได้
  5. มีผลกระทบด้านจิตใจในกรณีที่ลูกถูกเพื่อนล้อเลียน
  6. เสียบุคลิกภาพ ทำให้ขาดความมั่นใจ
  7. ทำให้โครงสร้างใบหน้าและขากรรไกรผิดรูปได้

แก้ไขยังไงดีเมื่อลูกฟันเหยิน

เรามาดูวิธีการแก้ไขเมื่อลูกฟันเหยินกันบ้าง ซึ่งสามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  1. การพบทันตแพทย์เพื่อปรึกษาในการใช้เครื่องมือจัดฟันให้เด็ก ซึ่งทันตแพทย์อาจใช้การดึงฟันบนลงมา หรืออาจจะถอนฟันบางซี่ออกไปบ้างก็ได้ การเข้ารับการรักษาขณะที่เด็กยังเล็กจะง่ายกว่าตอนที่เด็กโตแล้ว
  2. ในรายที่มีขากรรไกรยื่นออกมามากเกินไป ประกอบกับขากรรไกรล่างที่ยื่นยาวจนไม่สมดุลกับใบหน้า อาจจะต้องมีการผ่าตัดเพื่อความเหมาะสม
  3. การจัดฟันซึ่งสามารถทำได้ในช่วงอายุ 8-11 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่เหมาะสมเนื่องจากฟันแท้กำลังขึ้น ในขณะเดียวกันฟันน้ำนมบางซี่ก็ยังอยู่ โดยแพทย์เป็นผู้พิจารณาในวิธีที่เหมาะสมและเห็นสมควร

วิธีป้องกันลูกฟันเหยิน

ไม่อยากให้ลูกฟันเหยินจะป้องกันได้อย่างไร คุณแม่สามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  1. ควรให้ลูกดูดนมแม่จากเต้าให้นานถึง 6 เดือนหากจำเป็นต้องให้ลูกดูดนมจากขวด ควรเก็บขวดนมมทันทีที่ลูกกินนมหมดแล้ว
  2. ฝึกให้ลูกดื่มนมจากถ้วยแทนการดูดจากขวด
  3. หลีกเลี่ยงการให้ลูกใช้ฟันกัดของเล่น หรือยางกัดเมื่อมีฟันงอกออกมาแล้ว รวมถึงการไม่ให้ลูกดูดจุกหลอก
  4. ดูแลไม่ให้ลูกดูดนิ้วมือโดยเฉพาะในเด็กวัยที่ยังไม่ถึง 4 ขวบหากเลิกดูดนิ้วได้ก็จะช่วยให้แก้ไขได้ง่ายกว่าเด็กที่โตกว่านี้ เนื่องจากการสบฟันยังเป็นแบบผิดปกติเล็กน้อย ซึ่งการให้ลูกเลิกดูดนิ้วคุณแม่ควรหาของเล่นมาให้ลูกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใ
  5. ระวังไม่ให้ลูกนั่งเอามือมาเท้าคาง เพื่อป้องกันไม่ให้ขากรรไกรล่างเจริญเติบโตน้อยกว่าขากรรไกรบน
  6. ลดการให้ลูกกินขนมหวาน น้ำหวาน ช็อกโกแลตซึ่งมีความหวานที่เป็นสาเหตุของการทำให้เกิดฟันผุ
  7. สอนให้ลูกรู้จักการดูแลรักษาความสะอาดบริเวณปากและฟัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันน้ำนมผุเร็วเกินไป
  8. เมื่อลูกมีปัญหาหรือมีแนวโน้มว่าฟันจะเหยินให้รีบนำลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อจะได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ

เมื่อคุณแม่เริ่มสังเกตและมีความสงสัยว่าฟันลูกอาจจะเหยินจากการดูดนมจากขวดเป็นเวลานาน ก็ควรให้ลูกหยุดดูดนมจากขวด พร้อมทั้งนำลูกไปพบทันตแพทย์ตั้งแต่ตอนเป็นน้อย ๆ ก็จะทำให้แก้ไขได้ง่ายขึ้น ดีกว่าปล่อยไว้จนลูกฟันเหยินมากแล้วมารักษา ซึ่งอาจต้องใช้เวลาและเจ็บปวดมากกว่า

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.รวม ชื่อเกาหลี สุดฮิต ตั้งชื่ออะไรดีให้โดนใจลูกน้อย

2.วิธีตั้งชื่อลูก กับ 7 เรื่อง ที่พ่อแม่ต้องรู้และเข้าใจ