พอเข้าสู่การ ตั้งครรภ์5เดือน แม่ตั้งครรภ์เกือบทุกคนจะพบว่าตนเองนั้น เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง รวมถึงอาการต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เกิดความไม่สบายตัว ไม่สบายใจได้

ตั้งครรภ์5เดือน

 

อย่างเรื่องของน้ำหนักตัว ตั้งครรภ์เดือนที่ 5 แม่ตั้งครรภ์จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่มากนัก นั่นคือน้อยกว่าหนึ่งกิโลกรัมต่อเดือน ซึ่งในเรื่องของน้ำหนักที่ถูกต้องของแม่ตั้งครรภ์ นับตั้งแต่เริ่มท้องไปจนกระทั่งครบกำหนดคลอด น้ำหนักโดยเฉลี่ยรวมแล้ว จะอยู่ที่ 10 – 12 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและในเดือนนี้ต้องบอกว่าลูกน้อยในครรภ์ของเรา จะมีพัฒนาการด้านการได้ยินแล้ว เช่น เสียงเต้นของหัวใจของแม่ เป็นต้น จึงเป็นที่มาว่าหากตั้งครรภ์เดือนที่ 5 แม่ตั้งครรภ์มีการฟังดนตรี หรือเปิดเพลงกล่อมลูกน้อยในครรภ์ เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการพัฒนาระบบประสาทการได้ยินของทารกในครรภ์ รวมถึงการพูดคุย การลูกท้องแม่ตั้งครรภ์ ก็ล้วนแต่เป็นการกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง ทั้งนี้ในแม่ตั้งครรภ์เดือนที่ 5 มักจะมีอาการเกิดขึ้นกับแม่ตั้งครรภ์ดังนี้

อาการของคุณแม่เมื่อ ตั้งครรภ์5เดือน ..

1.อาการปวดหลัง อาการที่พบกับแม่ตั้งครรภ์ทุกคน และสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเดือนระหว่างการตั้งครรภ์ นั่นเพราะ มดลูกที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากขึ้น ทำให้หลังต้องแบกน้ำหนัก อาการปวดหลังจึงมาเยือนอย่างไม่ต้องสงสัย

การป้องกัน ใส่รองเท้าส้นเตี้ยใส่สบาย งดรองเท้าส้นสูง งดยกของหนัก ไม่ยืนนาน หากนั่งเก้าอี้ควรหาหมอนใบเล็กๆ หนุนที่หลัง นอนในท่าที่ถูกต้อง คือ ควรนอนตะแคงซ้าย โดยขาขวาก่ายหมอนข้าง ออกกำลังกายสำหรับแม่ตั้งครรภ์ เช่น โยคะ เดินช้า ว่ายน้ำ เป็นต้น

2.อาการปัสสาวะบ่อย นั่นเพราะมดลูกที่โตขึ้นไปกดกระเพาะปัสสาวะ จึงทำให้คุณแม่ปวดปัสสาวะบ่อยแต่อย่างไรอาการนี้จะดีขึ้นเมื่อมดลูกขยาย และจะกลับมามีอาการอีกครั้งเมื่อช่วงระยะใกล้คลอด

3.อาการปวดท้องน้อย มดลูกที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้เอ็นที่ยึดมดลูกตึงตัว แม่ตั้งครรภ์จึงรู้สึกตึงหน้าท้อง หรือรู้สึกปวดตึงๆ การป้องกัน ทำทุกอย่างให้ช้าลง เมื่อมีอาการปวดท้องให้โน้มตัวมาข้างหน้า และนอนพัก

4.อาการปวดศีรษะ แม่ตั้งครรภ์ทุกคนคงมีอาการนี้ และสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงของการตั้งครรภ์ ทั้งนี้หากปวดมาก ปวดบ่อย ตาพร่ามัว มีอาการปวดร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน ควรปรึกษาแพทย์

5.ริดสีดวงทวาร เนื่องจากหลอดเลือดที่โป่งพอง โดยแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นริดสีดวงมักจะมีอาการท้องผูก การป้องกัน ทานอาหารที่มีกากใย ผัก ผลไม้ มากขึ้น ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ แช่ก้นในน้ำอุ่น รวมถึงทาครีมลดการอักเสบและโป่งพอง

6.อาการจุกเสียดแน่นท้อง นั่นเพราะมีกรดในกระเพราะอาหาร อาหารย่อยยากย่อยช้า รวมถึงมดลูกที่ขยายไปดันกระเพาะอาหารนั่นเอง การป้องกัน ทานอาหารพออิ่ม หรืออาจจะทานมื้อน้อยแต่ทานบ่อยครั้งขึ้น ร่วมกับเวลาทานอาหารงดการดื่มน้ำระหว่างทานด้วย หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด งดทานอาหารก่อนออกกำลังกาย เป็นต้น

Sponsored

7.นอนไม่หลับ การป้องกัน นอนในท่าที่สบาย อาบน้ำอุ่นก่อนนอน ดื่มนมอุ่นๆ นอนบนม้าโยก

8.การเปลี่ยนผิวหนังในคนท้อง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยแม่ตั้งครรภ์จะพบว่า ใบหน้ามีฝ้าขึ้น ป้องกันด้วยการทาครีมกันแดด บริเวณหัวหน่าวจะพบว่ามีรอยเส้นดำเกิดขึ้น แต่ไม่ต้องตกใจไปเพราะหลังคลอดรอยดำจะจางหายไป และอาการท้องลาย การป้องกันทาครีมเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวบริเวณท้อง

9.อาการบวมและเส้นเลือดขอด วิธีแก้ให้นั่งหรือนอนยกเท้าสูง โดยห้ามซื้อยาขับปัสสาวะมาทานเด็ดขาด หากสงสัยต้องปรึกษาแพทย์ ส่วนอาการเส้นเลือดขอดบริเวณขาหรืออวัยวะเพศ ที่เกิดจากมดลูกถูกกดทับเส้นเลือดดำ    การป้องกัน งดนั่งหรือยืนนาน ยกเท้าให้สูงขณะที่นั่ง เลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง ใส่ถุงเท้าสบาย ๆ ไม่รัดแน่น ยืดเส้นยืดสายบริหารกล้ามเนื้อ

 

เครดิตภาพ : www.amazon.com

 

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/