เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ควรไปฝากครรภ์ทันที เพื่อจะได้รับการตรวจและรับยาบำรุงครรภ์มากิน เพื่อให้ทารกในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ ป้องกันความพิการที่อาจจะเกิดได้ ซึ่งยาบำรุงครรภ์มีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์สมองและระบบประสาทที่จะเกิดขึ้นหลังจากมีการปฏิสนธิ โดยส่วนใหญ่แพทย์จะจ่ายยาบำรุงครรภ์ตามอายุครรภ์ ซึ่งจะมียาบำรุงครรภ์แบบไหนบ้างไปดูกันเลย

ยาบํารุงครรภ์ 4 ประเภทที่สำคัญ

ยาบำรุงครรภ์สำหรับคนท้องทั้ง 4 ประเภทสามารถจำแนกได้ดังนี้

1.ยาบำรุงครรภ์ประเภท กรดโฟลิก หรือโฟเลต

กรดโฟลิกหรือวิตามินบี 9 จัดเป็นวิตามินที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่คนท้องควรได้รับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

- กรดโฟลิกใช้กินป้องกันไม่ให้ทารกพิการตั้งแต่อยู่ในครรภ์ สามารถกินป้องกันได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ 1 เดือน จนไปถึงอายุครรภ์ 3 เดือน หากกินหลังจากนี้แล้วก็ไม่สามารถจะป้องกันความพิการที่อาจจะเกิดขึ้นกับทารกได้ โดยกรดโฟลิกที่ได้รับจากแพทย์ คุณแม่ใช้กินเพื่อบำรุงเซลล์สมองและระบบประสาท ทำให้การสร้างร่างกายของทารกสมบูรณ์ขึ้น

- สำหรับคุณแม่ที่ต้องการจะมีบุตรสามารถซื้อกรดโฟลิกมากินก่อนตั้งครรภ์ได้ หรือหากรู้ว่าตัวเองประจำเดือนขาดมีอาการของการตั้งครรภ์แล้วก็สามารถกินโฟลิกได้เลย

- ขนาดรับประทานวันละไม่เกิน 0.4 mg จะกินที่อยู่รวมในวิตามินชนิดอื่น หรือโฟลิกอย่างเดียวก็ได้

- โฟลิกในอาหารธรรมชาติก็มีหลายอย่าง เช่น ตำลึง ผักกาดหอม มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย กุยช่าย ตับวัว ตับหมู ตับไก่ ส้ม สตอว์เบอร์รี่ และองุ่น

2.ยาบำรุงครรภ์ประเภท ธาตุเหล็ก

ธาตุเหล็กซึ่งเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบิน มีประโยชน์ต่อแม่และทารกในครรภ์คือ

- ช่วยในการส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายรวมทั้งการไปหล่อเลี้ยงรก และตัวอ่อนที่อยู่ในครรภ์มารดาด้วย

- ช่วยให้ทารกในครรภ์มีน้ำหนักตัวปกติ ลดความเสี่ยงการเกิดทารกคลอดก่อนกำหนด

- ปริมาณธาตุเหล็กที่แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับวันละ 27 มิลลิกรัม

- การกินธาตุเหล็กที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงอาการคลื่นไส้อาเจียน ควรกินในมื้อเย็นหรือก่อนนอน

- การกินธาตุเหล็กเพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพสูงสุด ควรกินคู่กับผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว ฝรั่ง เพื่อให้ได้รับวิตามินซีที่มีส่วนช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น

- หลีกเลี่ยงการกินธาตุเหล็กร่วมกับน้ำชา กาแฟ หรือนม หากจำเป็นต้องกินนมก็ควรจะห่าง 2-3 ชั่วโมงถึงจะกินธาตุเหล็ก

3.ยาบำรุงครรภ์ประเภท แคลเซียม

แคลเซียมจัดว่ามีความสำคัญต่อคุณแม่ตั้งครรภ์มาก โดยประโยชน์ของแคลเซียมมีดังนี้

Sponsored

- เนื่องจากแคลเซียมมีความจำเป็นในการไปสร้างร่างกายของลูก หากแม่มีแคลเซียมไม่เพียงพอจะทำให้เกิดการดึงแคลเซียมจากตัวแม่ไปเพื่อสร้างเซลล์ต่างๆ ของลูก

- คุณแม่ตั้งครรภ์ควรกินแคลเซียมวันละ 1000 mg

- แคลเซียมจากธรรมชาติที่หาได้ก็คือจากนมวัว โดยให้คุณแม่ดื่มนมวัววันละ 1-2 แก้ว แต่ไม่ควรดื่มมากเกินไปเพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้นมวัวของทารกในครรภ์ได้

- ในคุณแม่ที่ไม่ดื่มนมวัวแนะนำให้ดื่มนมถั่วเหลือง แต่ควรดื่มให้มากกว่านมวัวอีกครึ่งนึง และควรจะเป็นรสจืดเพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับน้ำตาลมากเกินไป

4.ยาบำรุงครรภ์ประเภทวิตามินรวม

วิตามินรวมมีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างไร

- ในรายที่มีภาวะขาดวิตามิน แพทย์จะพิจารณาจ่ายให้ไปกินเป็นครั้งคราว โดยดูจากสุขภาพของคุณแม่และอายุครรภ์เป็นเกณฑ์ตัดสิน

- สำหรับคนท้องที่ไม่ได้มีภาวะพร่องวิตามินสามารถกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็ทำให้ได้รับวิตามินรวมได้เช่นกัน

ยาบํารุงครรภ์แต่ละโรงพยาบาลเหมือนกันไหม

เมื่อคุณแม่ได้รับยาจากคุณหมอมาแล้ว อาจจะมีความสงสัยว่าทำไมยาที่ได้มา จึงแตกต่างกับของคนอื่นๆ ทั้งสีและลักษณะของเม็ดยา ขอให้ทำความเข้าใจตรงกันเลยว่า ถึงแม้ลักษณะภายนอกจะแตกต่างกันตามแต่บริษัทยาแต่ละบริษัทผลิตเพื่อให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อสะดวกในการทำตลาด แต่ตัวยาภายในมีคุณสมบัติเหมือนกัน ไม่ว่าจะมาจากโรงพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชน โดยคุณหมอจะพิจารณาในการจ่ายยาตามอายุครรภ์และสุขภาพของคุณแม่เป็นหลัก หากคุณแม่สุขภาพดีก็จะได้รับยามาเสริมเพียงบางอย่างเท่านั้น

คำแนะนำการกินยาบำรุงครรภ์

1. กินยาบำรุงครรภ์ตามแพทย์สั่งให้ครบทุกมื้อ โดยเฉพาะกรดโฟลิก ซึ่งมีความสำคัญมาก ต้องกินในระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์เท่านั้น

2. ไม่ควรกินยาบำรุงครรภ์ร่วมกับ นม หรือน้ำชา กาแฟ เพราะจะทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมตัวยาไปใช้ได้

3. หากกินยาบำรุงครรภ์แล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนควรเปลี่ยนมากินมื้อก่อนนอน เพื่อลดอาการดังกล่าว

ยาบำรุงครรภ์มีความจำเป็นสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เมื่อแพทย์จ่ายยาบำรุงครรภ์มาให้แล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์ควรกินตามที่แพทย์สั่ง เพื่อบำรุงสุขภาพของแม่และทารกในครรภ์ให้แข็งแรง ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้วตัวแม่จะไม่ชอบกินยาที่เป็นเม็ดก็ตาม แต่เพื่อสุขภาพของลูก ในคุณแม่บางรายที่กลืนยายากจริงๆ ก็ให้นำยาเม็ดฝังในกล้วยน้ำว้าสุกขนาดโตกว่าเม็ดยาเล็กน้อย แล้วกลืนลงท้องพร้อมกับดื่มน้ำตามลงไป แค่นี้ก็ช่วยให้กินยาบำรุงครรภ์ได้ง่ายขึ้นแล้ว

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์น้ำหนักลด ในช่วงไตรมาสแรก ผิดปกติหรือไม่

2.รีวิว 7 แอพคนท้อง ที่คุณแม่ควรมี เพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพ