ตั้งครรภ์ 39 สัปดาห์ อีกไม่กี่วันนี้ทารกน้อยก็นับถอยหลังรอคอยเวลาออกมาลืมตาดูโลกแล้ว คุณแม่คงจะตั้งตารอคอยอยากจะให้ลูกคลอดออกมาเต็มที ช่วงนี้ทารกน้อยยังคงมีการสร้างชั้นไขมันบนผิวหนังเพื่อควบคุมอุณหภูมิหลังคลอดออกมา โครงข่ายระบบประสาทยังคงเพิ่มการเชื่อมโยงหากัน เส้นผมยาวขึ้น และน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ทารกมีขนาดประมาณ 50 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 3,000 กรัม

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ เมื่อ ตั้งครรภ์ 39 สัปดาห์

ได้รู้ขนาดของลูกน้อยในช่วงอายุครรภ์ 39 สัปดาห์กันไปแล้ว ทีนี้ก็มาดูสิว่าคุณแม่ควรทำหรือดูแลตัวเองในช่วงนี้อย่างไรบ้าง

1.คอยสังเกตการณ์ดิ้นของทารกในครรภ์

ควรนับการดิ้นตั้งแต่คุณแม่ตื่นนอนจนถึงเวลาเข้านอน โดยทารกจะมีการขยับเขยื้อนตัวตลอดทั้งวัน อาจจะดิ้นหลังมื้ออาหารแต่ละมื้อ หรือถ้ามีจังหวะที่สม่ำเสมอหรือกระตุกเบาๆ ก็อาจจะเป็นอาการสะอึก ซึ่งในแต่ละวันคุณแม่ต้องนับจำนวนการดิ้นของลูกอย่างใกล้ชิด ถ้าหากเมื่อไหร่ที่มีการดิ้นน้อยลงแสดงว่าอาจจะเกิดปัญหาอะไรบางอย่าง ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน

2.เดินออกกำลังกาย

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรออกกำลังกายเบาๆ เพื่อเพิ่มความแข็งให้หัวใจและปอด ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง มีบางตำราแนะนำว่าการเดินจะช่วยเร่งให้คลอดลูกเร็วขึ้น เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกจะช่วยดึงให้ทารกมาอยู่บริเวณปากมดลูกและแรงดันจะทำให้ปากมดลูกเปิดออก แต่ก็ควรเดินอย่างนุ่มนวลและระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง

3.รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่

คุณแม่ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และเน้นรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายให้พลังงานสูง อย่างเช่น ถั่ว ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน นอกจากนี้คุณแม่สามารถดื่มนมได้มากกว่าปกติเป็น 2 เท่า และรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงเพื่อช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ

4.เตรียมข้าวเครื่องใช้ของคุณแม่และลูกน้อย

ใกล้คลอดแบบนี้คุณแม่จะต้องเตรียมข้าวของเครื่องใช้ให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นแผ่นซับน้ำนม ชุดชั้นใน ถุงเก็บน้ำนม ผ้าอ้อม ขวดนม กระติกน้ำร้อน และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ก็ควรเตรียมหาตู้แช่เย็นไว้สำหรับคุณแม่ที่ตั้งใจจะทำสต๊อคนมให้กับลูกด้วย

อาการต่างๆ ที่มักจะพบในช่วงนี้

สำหรับอาการที่อาจจะพบได้ในช่วงนี้ ก็มีอาการดังต่อไปนี้

1.เจ็บท้องหลอก

เกิดจากมดลูกหดรัดตัวทำให้เกิดอาการปวดท้อง อาจจะปวดๆ หายๆ ไม่สม่ำเสมอ การซ้อมหดตัวก่อนคลอดนี้เป็นการเตือนว่าใกล้คลอดแล้ว อาการจะหายไปเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ แต่ถ้าหากมีอาการปวดถี่มากจนทนไม่ไหว ควรโทรปรึกษาแพทย์หรือไปโรงพยาบาลทันที

Sponsored

2.มีแรงดันที่อุ้งเชิงกราน

ในช่วงนี้ทารกกลับหัวและเคลื่อนที่ลงต่ำมากเพื่อเตรียมพร้อมคลอด คุณแม่จะรู้สึกหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกรานและรู้สึกไม่สบายตัว

3.ปวดหลัง

คุณแม่ยังคงมีอาการปวดหลังอย่างต่อเนื่อง เพราะขนาดของทารกน้อยในครรภ์ที่มีน้ำหนักมากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้หลังต้องแบกรับน้ำหนักมากขึ้นทำให้มีอาการปวดโดยเฉพาะหลังด้านล่าง โดยสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการนวด ออกกำลังกาย หรือแช่น้ำอุ่น เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โดยอาการปวดหลังจะหายไปเองหลังคลอด

4.น้ำคร่ำแตก

ในช่วงเวลานี้มีโอกาสที่ถุงน้ำคร่ำจะแตกก่อนวันกำหนดคลอด น้ำคร่ำจะไม่มีสีไม่มีกลิ่น ซึ่งแตกต่างจากปัสสาวะที่มีสีเหลืองและมีกลิ่นฉุน ถ้าหากถุงน้ำคร่ำแตกไม่ต้องตกใจเกินไป เพียงแต่ต้องเข้าพบแพทย์เพื่อทำคลอดภายใน 24 ชั่วโมง

ช่วงเวลานี้ต้องคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์อย่างใกล้ชิด ถ้าหากมีอาการผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นต้องรีบพบแพทย์ทันที ตอนนี้คุณแม่สามารถคลอดได้ทุกเมื่อ ดังนั้น จึงควรเตรียมความพร้อมทุกสิ่งเพื่อไม่ให้ฉุกละหุกในวันคลอด และที่สำคัญคุณแม่ควรผ่อนคลายความตึงเครียด ไม่กังวลกับการคลอดมากเกินไป พร้อมทั้งทำใจให้สบายและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเตรียมพร้อมรอรับลูกตัวน้อยนั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.10 อาหารเพิ่มน้ําหนักลูก เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักน้อย

2.อาหารที่แม่กิน มีผลต่อการสร้างน้ำนม จะเลือกกินอย่างไรดี