เมื่อ ตั้งครรภ์ 33 สัปดาห์ ช่วงนี้คุณแม่จะรู้สึกได้ว่าทารกในครรภ์เตะแรงขึ้นบ่อยขึ้น สามารถมองเห็นและสัมผัสได้ถึงการดิ้นการเตะ ซึ่งเป็นเพราะขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำคร่ำ ซึ่งช่วงนี้คุณแม่หลายท่านก็คงอยากจะรู้ใช่ไหมว่า เจ้าตัวน้อยในครรภ์มีขนาดตัวแค่ไหนแล้ว และคุณแม่ควรดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง โดยเราก็ได้รวบรวมข้อมูลมาบอกกันดังนี้

ตั้งครรภ์ 33 สัปดาห์ ลูกน้อยมีขนาดตัวแค่ไหน

ในช่วงเวลานี้ทารกน้อยจะมีขนาดประมาณ 40-43 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 1,800 กรัม ถ้าหากอัลตราซาวด์คุณแม่จะพบว่าลูกน้อยสามารถลืมตาหลับได้แล้ว นั่นหมายความว่าลูกน้อยมีความพร้อมมากขึ้นสำหรับการออกมาสู่โลกภายนอกแล้วนั่นเอง

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ เมื่ออายุครรภ์ 33 สัปดาห์

สำหรับสิ่งที่คุณแม่ควรทำมากที่สุด เมื่ออายุครรภ์ครบ 33 สัปดาห์ก็มีดังนี้

  • การอ่านหนังสือและฟังเพลงจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้มาก รวมถึงการอาบน้ำอุ่นซึ่งจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ดี
  • รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 อย่างเช่น น้ำมันปลา ไข่แดง กรดไขมันโอเมก้า 3 หรือ DHA ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาระบบสมองและการมองเห็นของทารกในครรภ์
  • นับการเตะหรือการดิ้นของลูก โดยปกติควรจะนับการเคลื่อนไหวของลูกให้ได้อย่างน้อย 10 ครั้งภายใน 2 ชั่วโมง ถ้าหากลูกไม่ดิ้นหรือดิ้นน้อย ต้องรีบพบแพทย์ทันที
  • เพื่อบรรเทาอาการกรดไหลย้อน ควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารใกล้เวลาเข้านอน อาจจะดื่มเพียงนมอุ่นๆ ก่อนเข้านอน เพื่อช่วยให้นอนหลับสบาย

อาการต่างๆ ที่มักจะพบในช่วงนี้

มาดูกันว่า จะมีอาการอะไรเกิดขึ้นกับคุณแม่บ้างในช่วงนี้ เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือได้อย่างถูกวิธีนั่นเอง

1.นอนไม่หลับ เนื่องจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง และความวิตกกังวลเกี่ยวกับทารกน้อยที่กำลังจะเกิดมา

2.ปัสสาวะบ่อย เนื่องจากมดลูกขยายใหญ่ขึ้น เช่นเดียวกับขนาดตัวของทารก จึงกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกทุกคืน

3.เส้นเลือดขอด ไม่สร้างความเจ็บปวดและไม่เป็นอันตรายแต่ประการใด ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา และจะหายไปเองหลังคลอด

4.มีอาการกรดไหลย้อน แสบร้อนกลางอก แน่นท้อง เรอบ่อย เนื่องจากการกดทับบริเวณกระเพาะอาหาร

Sponsored

5.ชาบริเวณนิ้วมือ ข้อมือและมือ ซึ่งอาจเกิดจากการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ถ้าหากมีอาการรุนแรง แพทย์อาจให้เข้าเฝือกบริเวณข้อมือ เพื่อลดการกดทับและช่วยบรรเทาอาการชาได้

6.รู้สึกร้อนกว่าปกติ ถึงแม้สภาพอากาศจะไม่ได้ร้อนอบอ้าวก็ตาม คุณแม่จะเหงื่อออกหรือไม่สบายตัว เนื่องจากอัตราเผาผลาญพลังงานของร่างกายสูงมาก จึงเป็นธรรมดาที่จะทำให้คุณแม่รู้สึกร้อน

7.หายใจไม่อิ่ม หายใจสั้น เพราะขนาดของลูกน้อยที่ใหญ่ขึ้นจนเบียดพื้นที่ปอดจนทำให้หายใจได้ลำบาก คุณแม่อาจจะเปลี่ยนอิริยาบถ นั่งตัวตรง ยืดตัวออกให้ปอดมีพื้นที่รับอากาศมากขึ้นก็ช่วยได้มาก

อีกไม่นานคุณแม่ก็จะให้กำเนิดลูกน้อยแล้ว ช่วงเวลานี้ยังมีอาการที่ทำให้คุณแม่ไม่สบายตัวอยู่มาก รวมถึงความกังวลใจที่มีเพิ่มขึ้นจากการต้องเตรียมรับมือดูแลลูก ดังนั้นมาเตรียมการวางแผนสำหรับการคลอด วางแผนเลี้ยงดูลูก รวมถึงการวางแผนทางการเงินให้พร้อม เพื่อคลายความกังวลกันดีกว่า นอกจากนี้คุณพ่อควรให้การเอาใจใส่ดูแล และพูดคุยกันเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม ในการดูแลลูกน้อยที่จะเกิดมาด้วย

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ลูกไม่กินข้าว เกิดจากอะไร และวิธีการรับมือ
2.เพราะอะไร ลูกมักอาเจียนหลังดื่มนม และเป็นอันตรายไหม