เมื่อ ตั้งครรภ์ 18 สัปดาห์ คุณแม่ส่วนใหญ่ก็คงอยากจะรู้ใช่ไหมว่าพัฒนาการของลูกน้อยจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง ลูกจะมีขนาดตัวเท่าไหร่ ส่วนตัวคุณแม่ก็ควรดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อให้ตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัยไปจนตลอดระยะเวลา 9 เดือน โดยเราก็ได้รวบรวมข้อมูลที่คุณแม่ควรรู้มาให้คุณแม่ได้ศึกษาและทำความเข้าใจกันแล้ว ไปดูพร้อมๆ กันเลย

ตั้งครรภ์ 18 สัปดาห์ ลูกน้อยตัวแค่ไหน

ในช่วงอายุครรภ์ 18 สัปดาห์ หรือประมาณ 4.5 เดือนนี้ ลูกน้อยของคุณแม่มีการเคลื่อนไหวไปมาอยู่ภายในท้อง ด้วยขนาดลำตัวยาว 14 เซนติเมตร ที่น้ำหนักประมาณ 200 กรัม เปรียบเทียบอย่างง่ายๆ จะขนาดใกล้เคียงกับไซด์ของผลมันหวานนั่นเอง โดยคุณแม่จะรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวตัวของลูกน้อย ที่มีทั้งการกลิ้งไปมา สลับกับการหดและม้วนตัว ราวกับนักกายกรรมตัวจิ๋วของคุณแม่กำลังทำการแสดงอยู่อย่างสนุกสนาน โดยในสัปดาห์ที่ 18 นี้ นอกจากลูกน้อยจะสามารถดิ้นและเตะได้แล้ว ยังมีการพัฒนาทางการได้ยินเสียงอีกด้วย ดังนั้นคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับแหล่งที่มีเสียงดังมากเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์ได้

อาการต่างๆ ที่มักจะพบในช่วงนี้

มาดูกันสิว่า ช่วงอายุครรภ์ 18 สัปดาห์ มีอาการอะไรบ้างที่คุณแม่จะต้องเผชิญ เพื่อเตรียมตัวรับมือได้ทันนั่นเอง

1.มีความอยากอาหารมากเป็นพิเศษ

เนื่องจากน้องน้อยในครรภ์กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้คุณแม่หิวบ่อย จนเกือบจะทุกชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ช่วงนี้คุณแม่จึงมักจะกินจุกว่าปกติ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดี แต่คุณแม่ก็ควรเลือกทานเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อลูกน้อยในครรภ์ด้วย

2.มีอาการปวดหลัง

ช่วงนี้คุณแม่จะมีอาการปวดหลังได้ง่าย อันเกิดจากพัฒนาการของลูกน้อยที่เจริญวัยขึ้น ทำให้เริ่มเกิดแรงกดทับไปยังบริเวณหลังของคุณแม่ ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้บ่อยนั่นเอง

3.เลือดกำเดาไหล

คุณแม่อาจพบว่ามีเลือดกำเดาไหลออกมาโดยไม่ทราบสามารถ ซึ่งก็เกิดจากการที่หลอดเลือดในร่างกายของคุณแม่ขยายตัวมากขึ้น จนหลอดเลือดนั้นบางลง เมื่อต้องรับกับปริมาณเลือดจำนวนมากที่ผลิตออกมาในช่วงนี้ จึงมีผลทำให้คุณแม่บางท่านมีเลือดกำเดาไหลได้โดยง่าย

4.เริ่มเป็นตะคริว

จากน้ำหนักตัวของคุณแม่ที่เพิ่มมากขึ้นจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของลูกน้อย มีผลทำให้คุณแม่เริ่มเป็นตะคริวได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน

5.มีอาการบวมบริเวณมือ และเท้า

เนื่องจากการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มมากขึ้นในขณะตั้งครรภ์ ทำให้คุณแม่อาจมีอาการบวมบริเวณมือและเท้าได้ ทั้งยังอาจจะมีอาการเหน็บชาร่วมด้วย แต่ทั้งนี้หากบวมมากเกินไปพร้อมกับมีอาการจุกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกคลื่นไส้อาเจียน ควรไปพบแพทย์ในทันที เพราะอาจเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ

Sponsored

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ เมื่ออายุครรภ์ 18 สัปดาห์

เนื่องจากช่วงนี้มีอาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับคุณแม่มากมาย จึงควรดูแลตนเองให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรง โดยเราก็มีคำแนะนำมาบอกคุรแม่ดังนี้

1.ออกกำลังกายเบาๆ

คุณแม่ควรออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน ว่ายน้ำ หรือการเล่นโยคะสำหรับคนท้อง เพื่อบรรเทาอาการปวดหลัง สร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย และทำให้คลอดง่ายขึ้นกว่าเดิม

2.นอนตะแคง

คุณแม่ควรนอนตะแคงมากกว่านอนหงาย เพราะการนอนหงาย อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ซึ่งเกิดจากการที่เลือดไปหล่อเลี้ยงที่หัวใจได้น้อยลง

3.ทานอาหารที่มีกากใยและดื่มน้ำให้เพียงพอ

เนื่องจากช่วงนี้คุณแม่จะมีอาการท้องผูกได้ง่าย ดังนั้นจึงควรเน้นทานอาหารที่มีกากใยเป็นหลัก และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อกระตุ้นการขับถ่ายให้เป็นปกติ และลดความเสี่ยงการเกิดริดสีดวงทวารด้วยนั่นเอง

ตั้งครรภ์ 18 สัปดาห์ นอกจากลูกน้อยที่โตขึ้นแล้ว ก็มีอาการที่เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ดังนั้นคุณแม่จึงควรดูแลตนเองให้ดีอยู่เสมอ รวมถึงเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งต่อตัวคุณแม่เองและลูกน้อยในครรภ์ไปตลอดจนถึงกำหนดคลอด

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด ควรเลือกแบบสายผูก หรือแบบกระดุมดีกว่ากัน

2.เสื้อผ้าเด็ก อันตราย ไม่ควรให้ทารกใส่ชุดแบบนี้