ตั้งครรภ์ 16 สัปดาห์ แล้ว คุณแม่หลายท่านก็คงอยากจะรู้ใช่ไหม ว่าลูกน้อยมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง และมีขนาดตัวแค่ไหนแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับขนาดตัวของทารก และสิ่งที่คุณแม่ควรทำในช่วงนี้มาฝากกัน เพื่อจะได้เตรียมพร้อมดูแลตัวเอง ได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น เอาเป็นว่าไปอ่านทำความเข้าใจกันเลยดีกว่า

ตั้งครรภ์ 16 สัปดาห์ ลูกน้อยมีขนาดตัวแค่ไหน

ช่วง 16 สัปดาห์ ทารกในครรภ์ จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งถึงแม้ว่าดวงตาของทารกน้อยจะยังปิดอยู่ แต่ก็รับรู้ได้ถึงแสงไฟที่ส่องสว่าง และสามารถขยับเคลื่อนที่ไปด้านข้างได้เล็กน้อย หัวใจแข็งแรงขึ้น สามารถสูบฉีดโลหิตเข้าสู่ระบบการไหลเวียนโลหิตได้ดี ซึ่งจะมองเห็นหลอดเลือดใต้ผิวหนังได้อย่างชัดเจน เพราะผิวหนังยังคงโปร่งแสงอยู่ โดยช่วงนี้ทารกน้อย ก็จะมีขนาดตัวประมาณ 11.6 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 100 กรัมนั่นเอง

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ เมื่ออายุครรภ์ 16 สัปดาห์

มาดูกันว่า ช่วงอายุครรภ์เท่านี้ คุณแม่ควรทำอะไรบ้าง

  • ควรปรับความชื้นในห้องนอน เพื่อให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น เพราะช่วงนี้คุณแม่ จะมีปัญหาทางเดินหายใจบวม ทำให้หายใจไม่สะดวกได้นั่นเอง
  • ควรแช่และอาบน้ำอุ่น รวมถึงการนวด เพราะจะช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอวที่เกิดขึ้นได้
  • พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน โดยเฉพาะถ้าหากมีอาการเหงือกอักเสบ ต้องรีบทำการรักษา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • เลือกซื้อบราและเสื้อผ้า ที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม พักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ และผ่อนคลายความตึงเครียด
  • พบแพทย์ตามที่นัดหมาย ถ้าหากมีอาการผิดปกติต้องรีบพบแพทย์ทันที

อาการต่าง ๆ ที่มักจะพบในช่วงนี้

สำหรับอาการต่าง ๆ ที่คุณแม่จะต้องพบเมื่อตั้งครรภ์ได้ 16 สัปดาห์ ก็มีดังนี้

1.ผิวพรรณจะดูผุดผ่องสดใส เส้นผมยาวสลวยหนานุ่ม เล็บยาวเร็วขึ้น เพราะฮอร์โมนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เส้นผมและเล็บงอกเร็วขึ้นกว่าปกติ

2.รูปร่างเปลี่ยนแปลง บางคนอาจจะน้ำหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนต้องเปลี่ยนไซส์เสื้อผ้า ในช่วงนี้ต้องคอยเอาใจใส่เรื่องอาหารการกิน เลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

3.คัดจมูก เลือดกำเดาไหล ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เลือดหมุนเวียนมากขึ้น ไม่เพียงแต่จมูกเท่านั้น แต่ส่งผลให้ทุกส่วนของร่างกายบวมขึ้นด้วยเช่นกัน

4.ท้องผูก เนื่องฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบทางเดินอาหารไม่สมดุล การขยายตัวของมดลูกที่กดทับลำไส้ ส่งผลให้การเคลื่อนตัวไม่ปกติ ก่อให้เกิดอาการท้องผูกได้

Sponsored

5.มีตกขาวมากขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการตามปกติของร่างกาย เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่คอมดลูก ซึ่งจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ตกขาวนี้อาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว แต่ไม่ควรฉีดล้างหรือใช้น้ำยาทำความสะอาด เพราะจะเป็นการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติไป

6.อาการขี้ลืมของคนท้อง ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ว่าทำไมจึงเกิดอาการนี้ขึ้นขณะตั้งครรภ์ อาจจะเป็นลักษณะทางชีวภาพ หรือเป็นเพราะคิดมากกังวลมากไป จึงทำให้ลืมบ่อยกว่าปกติ

ในช่วงไตรมาสที่สองนี้ คุณแม่ยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อยู่ แต่ต้องไม่โลดโผนผจญภัยมากนัก เพียงแค่ไปดูหนังฟังเพลง ทานอาหารนอกบ้าน ไปเที่ยวต่างจังหวัดใกล้ ๆ เพื่อเป็นการชาร์จพลัง ให้กับทั้งคุณพ่อ และคุณแม่ ได้เตรียมพร้อมสำหรับการเลี้ยงดูลูกน้อยที่จะเกิดมา เพราะนับตั้งแต่ไตรมาสที่สามขึ้นไป คุณแม่จะเดินทางไปไหนมาไหนลำบาก เนื่องจากสภาพร่างกาย ที่ต้องแบกรับน้ำหนักลูกน้อยที่เพิ่มมากขึ้น จนทำให้ไม่สะดวกต่อการเดินทางนั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.รีวิวผ้าอ้อมเด็ก Enfant ใช้คุ้ม! ยิ่งซักยิ่งนุ่ม Anti-Bacteria ได้ด้วย

2.รีวิวชุดเด็ก Enfant โดนใจลูกน้อย ถูกใจคุณพ่อ