เมื่อเข้าสู่ช่วง ตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ ลูกน้อยในครรภ์ก็เริ่มมีอวัยวะครบแล้ว ซึ่งนอกจากร่างกายของแม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ทารกเองจะมีพัฒนาการก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก โดยในช่วงนี้ลูกจะเติบโตไปแค่ไหนแล้วนั้น ตามมาดูกันเลย

ตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ ลูกน้อยตัวแค่ไหน

เมื่อ ตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ มดลูกของคุณแม่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของทารกในครรภ์ ซึ่งในสัปดาห์นี้ทารกจะมีลำตัวยาวขึ้นโดยวัดตั้งแต่หัวจรดเท้าได้ประมาณ 6 เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัวประมาณ 13 กรัมนั่นเอง

พัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ 12 สัปดาห์

สำหรับพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ ในช่วงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ก็มีดังนี้

  1. อวัยวะต่างๆ ถูกสร้างขึ้นจนครบ 32 รวมทั้งโครงสร้างของกระดูกก็มีความแข็งแรงขึ้นเนื่องด้วยมีแคลเซียมมาสะสมอยู่
  2. ส่วนของใบหน้าดูเหมือนมนุษย์มากขึ้น โดยตาเคลื่อนที่อยู่ในตำแหน่งบนใบหน้า รวมทั้งใบหูก็เริ่มอยู่ด้านข้างของศีรษะ
  3. นิ้วมือและนิ้วเท้าแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้สามารถขยับนิ้ว กำมือและแบมือได้ นอกจากนี้เล็บมือและเล็บเท้าก็งอกขึ้นแล้ว
  4. เส้นผมเริ่มยาวขึ้น พร้อมๆ กับในปากมีปุ่มขึ้นที่เหงือก 20 ปุ่ม ซึ่งจะพัฒนาขึ้นเป็นฟันต่อไป
  5. ทารกสามารถกลืนน้ำคร่ำ และปัสสาวะออกมาในถุงน้ำคร่ำด้วย
  6. ทารกเคลื่อนไหวได้มากขึ้น รวมทั้งดูดนิ้วโป้งตัวเองได้แล้ว
  7. อวัยวะเพศถูกพัฒนาขึ้นจนเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ แต่ยังไม่สามารถบอกเพศได้
  8. กล่องเสียงถูกสร้างขึ้นแล้ว

อาการต่างๆ ที่มักจะพบในช่วงนี้

คุณแม่ที่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ มักมีอาการต่างๆ ดังต่อไปนี้

1.ท้องโตขึ้น

ช่วงก่อนหน้านี้คนอื่นอาจไม่ทันสังเกตว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ แต่ในสัปดาห์ที่ 12 นี้ ท้องของคุณแม่จะโตขึ้น เพราะมดลูกมีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนไม่สามารถอยู่ในอุ้งเชิงกราน แต่เคลื่อนที่มาอยู่ในช่องท้องแทน ซึ่งอาจทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัด และเคลื่อนไหวได้ช้าลง ดังนั้นควรหาชุดหลวมๆ มาสวมใส่ จะทำให้รู้สึกสบายตัวมากกว่า

2.แพ้ท้องลดลง

คุณแม่จะมีอาการแพ้ท้องลดลง จึงทำให้อยากทานอาหารต่างๆ มากขึ้น ดังนั้นจึงแนะนำให้ทานอาหารที่มีโปรตีนอย่างเนื้อสัตว์ ไข่และนม ซึ่งโปรตีนจะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกายของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ดี

3.ผิวแตกลาย

ในช่วงนี้คุณแม่ต้องระวังผิวแตกลาย เนื่องจากการขยายตัวของผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการคันและแตกลาย โดยมักจะเกิดขึ้นบริเวณหน้าท้อง ทรวงอก สะโพก ต้นขา และบั้นท้าย ซึ่งคุณแม่ควรพยายามไม่ให้น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว หมั่นออกกำลังกาย ทาครีมบำรุงผิวสม่ำเสมอ และที่สำคัญห้ามเกาอย่างเด็ดขาด

4.ปวดท้อง

เมื่อทารกในครรภ์เติบโตขึ้น ทำให้มดลูกต้องขยายตัวตามไปด้วย จึงอาจส่งผลให้คุณแม่เกิดปวดท้องขึ้นได้ ดังนั้นถ้าคุณแม่มีอาการปวดขึ้นมา ควรหยุดพักทันที ให้นั่งลงและพยายามยกขาให้สูงขึ้นเพื่อให้เลือดหมุนเวียนได้สะดวก นอกจากนี้การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเล่นโยคะ และว่ายน้ำก็สามารถเสริมความแข็งแรงให้กับหน้าท้องและหลังได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

5.ท้องผูก

ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนทำให้กระบวนการย่อยอาหารทำงานได้ช้าลง ส่งผลให้ลำไส้ใหญ่ดูดซึมน้ำมากขึ้น และทำให้อุจจาระแข็งตัว ซึ่งเป็นสาเหตุให้คุณแม่มีอาการท้องผูกในระหว่างตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำ และทานผักผลไม้มากๆ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูกให้ดีขึ้นได้

6.อารมณ์ดีขึ้น

คุณแม่ที่ก่อนหน้านี้มีอารมณ์แปรปรวน ขึ้นๆ ลงๆ ทำให้คุณพ่อและคนรอบข้างเข้าหน้าไม่ติดนั้น ในสัปดาห์นี้คุณแม่จะรู้สึกว่าอารมณ์ต่างๆ จะทุเลาลง เนื่องมาจากระดับของฮอร์โมนนปรับสภาพได้สมดุลขึ้นนั่นเอง

Sponsored

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ เมื่ออายุครรภ์ 12 สัปดาห์

นอกจากพัฒนาการของลูกในครรภ์ และการเปลี่ยนแปลงที่คุณแม่ต้องรับมือแล้ว ก็มีสิ่งที่ควรทำเมื่อ ตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ ดังนี้

1.เปลี่ยนรองเท้า

นอกจากรูปร่างที่เปลี่ยนไปของคุณแม่ จนทำให้คุณแม่ต้องเปลี่ยนไซส์ทั้งเสื้อ กางเกง และชุดชั้นในแล้ว มีอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกคล่องตัวมากขึ้น นั่นก็คือการเปลี่ยนรองเท้า จากคุณแม่ที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูง ควรเปลี่ยนมาใส่รองเท้าส้นเตี้ยที่มีพื้นนุ่ม และไม่ลื่นแทน ก็จะทำให้คุณแม่เดินสบายและปลอดภัยมากกว่าเดิม

2.ดื่มน้ำมากๆ

ในช่วงนี้ท้องของคุณแม่โตขึ้น จนไปทับกระเพาะปัสสาวะทำให้คุณแม่ต้องเข้าห้องน้ำอยู่บ่อยๆ ดังนั้นเพื่อชดเชยกับการสูญเสียน้ำในร่างกาย จึงแนะนำให้คุณแม่ดื่มน้ำบ่อยๆ ซึ่งการดื่มน้ำมากๆ นั้น จะช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้ด้วย

3.ทาครีมบำรุงผิว

ขณะตั้งครรภ์ ผิวมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เกิดปัญหาผิวแตกลายกับหญิงตั้งครรภ์หลายๆ คน ดังนั้นเพื่อรับมือกับปัญหาผิวแตกลายนี้ จึงควรหมั่นทาครีมหรือชะโลมน้ำมันบำรุงผิวอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น นอกจากนี้ควรดื่มน้ำมากๆ ทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง โดยวิตามินซีนั้นนอกจากจะมีส่วนช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้กับทารกในครรภ์แล้ว ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว จึงป้องกันผิวแตกลายให้กับคุณแม่ได้เป็นอย่างดี

4.คัดกรองความผิดปกติ

ในช่วงนี้คุณแม่ที่มีโอกาสเสี่ยงทารกในครรภ์ผิดปกติ จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้เข้ารับการตรวจหาความผิดปกตินี้ เช่น การตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อดูความหนาบริเวณคอทารก หรือ การเก็บตัวอย่างคอริโอนิกวิลไล  CVS (Chorionic villous sampling) ที่ดูดเอาตัวอย่างของรกเด็กแล้วนำมาตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซม เช่น Down’s syndrome เป็นต้น ซึ่งคุณแม่ที่มีโอกาสเสี่ยง เช่น ขณะตั้งครรภ์มีอายุเกิน 35 ปี หรือมีโรคทางพันธุกรรม สามารถเข้ารับการตรวจได้ในช่วงสัปดาห์นี้

สรุป

ในช่วงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เป็นช่วงที่ทารกในครรภ์มีการพัฒนาการไปเป็นอย่างมาก และคุณแม่เองก็ต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นควรดูแลตัวเองให้ดี เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์ 13 สัปดาห์ อยากรู้จัง ลูกน้อยตัวแค่ไหนแล้วนะ

2.ตั้งครรภ์ 14 สัปดาห์ อยากรู้จังลูกน้อยตัวแค่ไหนแล้วนะ