เมื่อเข้าสู่ช่วง ตั้งครรภ์ 11 สัปดาห์ นั่นย่อมแสดงว่าคุณแม่ใกล้จะก้าวผ่านไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์แล้ว ซึ่งนอกจากอาการแพ้ท้องอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้จะค่อยๆ หมดไป พัฒนาการของลูกน้อยก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากเช่นกัน โดยเราก็จะพาคุณแม่ไปดูกันว่าในช่วงนี้ลูกน้อยจะมีขนาดเท่าไหร่และมีพัฒนาการที่เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ตั้งครรภ์ 11 สัปดาห์ ลูกน้อยตัวแค่ไหน

ขนาดของลูกน้อยในครรภ์ช่วงตั้งครรภ์ 11 สัปดาห์ จะมีความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร และน้ำหนักประมาณ 8 กรัม หรือเทียบได้กับขนาดนิ้วโป้งของคุณแม่นั่นเอง อีกทั้งยังมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากอีกด้วย ไปดูกันต่อเลยว่าพัฒนาการของลูกวัยนี้เป็นอย่างไร

พัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ 11 สัปดาห์

ลูกน้อยในครรภ์มีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไป ดังต่อไปนี้

  1. ลูกสามารถดูด กลืน และหาวได้ อีกทั้งยังสามารถหายใจเอาน้ำคร่ำเข้าไปในร่างกายและถ่ายปัสสาวะออกมาได้ โดยไตเริ่มทำหน้าที่ขับน้ำและของเสียออกมาทางน้ำคร่ำ
  2. นิ้วมือและนิ้วเท้าแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ลูกจึงสามารถขยับแขนขาได้มากขึ้น แต่คุณแม่ยังไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวนี้ จนกระทั่งได้ดูผ่านเครื่องอัลตราซาวน์ของเแพทย์ รวมทั้งคุณแม่จะได้เห็นอาการสะอึกของทารกในครรภ์อีกด้วย
  3. หูชั้นในกำลังจะสร้างเสร็จในสัปดาห์นี้
  4. ส่วนม่านตากำลังถูกสร้างขึ้น ในขณะที่ดวงตาได้เคลื่อนมาอยู่บริเวณส่วนกลางของใบหน้า
  5. ขนาดและน้ำหนักของลูกในช่วงสัปดาห์ที่ 11 นี้จนถึงสัปดาห์ที่ 20 นั้น เมื่อนำมาเทียบกับช่วงแรกของการตั้งครรภ์ จะเห็นได้ว่าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ราวๆ 30 เท่าเลยทีเดียว

อาการต่างๆ ที่มักจะพบในช่วงนี้

ในช่วงตั้งครรภ์ 11 สัปดาห์ คุณแม่จะต้องเจอกับอาการต่างๆ ดังนี้

1.อาการแพ้ท้องค่อยๆ ลดลง

อาการแพ้ท้องของคุณแม่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่อายุครรภ์ 6 สัปดาห์ ทั้งคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียจนทำให้ทานอาหารไม่ได้นั้น ในสัปดาห์นี้คุณแม่จะรู้สึกว่าอาการต่างๆ ค่อยๆ ดีขึ้น ซึ่งนับเป็นข่าวดีของคุณแม่หลายท่าน โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องอย่างหนัก

2.หิวบ่อย

เมื่ออาการแพ้ท้องดีขึ้น คุณแม่ก็จะรู้สึกเจริญอาหารมากขึ้นด้วย โดยในช่วง 3 เดือนแรกนี้ น้ำหนักตัวของคุณแม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 1-3 กิโลกรัม และหลังจากนี้จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นประมาณครึ่งกิโลกรัมในทุกสัปดาห์ ซึ่งคุณแม่ควรเลือกทานอาหารที่มีกากใยสูง และหลีกเลี่ยงอาการที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร เพื่อลดอาการท้องผูก และท้องอืดเฟ้อ ซึ่งพบได้บ่อยในคนท้อง

3.เหนื่อยง่าย

คุณแม่จะรู้สึกแค่เดินนิดหน่อยก็เหนื่อยแล้ว ซึ่งถือเป็นอาการปกติของคนท้องในช่วงนี้ โดยเกิดจากร่างกายมีอัตราการเผาผลาญพลังงานมากกว่าปกติ ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยล้า รวมทั้งรู้สึกกระหายน้ำบ่อยขึ้น ดังนั้นคุณแม่ควรหาเวลาพักผ่อนให้มากขึ้น ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กและดื่มน้ำให้มากๆ ด้วย

4.ปวดหัว

อาการปวดหัวอาจยังคงอยู่แม้อาการแพ้ท้องจะดีขึ้น ซึ่งนอกจากมีสาเหตุหลักๆ จากฮอร์โมนแล้ว ความเครียดในขณะตั้งครรภ์ก็มีส่วน ยิ่งถ้าคุณแม่พักผ่อนน้อยก็ยิ่งทำให้ปวดหัว ดังนั้นคุณแม่สามารถบรรเทาอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นได้ด้วยการหาเวลาพักผ่อนเพิ่มขึ้น กินอาหารมื้อย่อยๆ ให้บ่อยขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำตาลในเลือดต่ำ รวมถึงควรออกกำลังกายเบาๆ และดื่มน้ำมากๆ ด้วยเช่นกัน

5.ลานนมและหัวนมคล้ำขึ้น

ฮอร์โมนเพศหญิงที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์นั้น จะกระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีผิวขึ้นมามากกว่าปกติ จึงส่งผลให้สีผิวเข้มขึ้น ซี่งไม่เพียงแค่หัวนมและลานนมที่มีสีคล้ำขึ้นเท่านั้น แต่บริเวณอื่นๆ เช่น รักแร้ โคนขาหนีบก็คล้ำขึ้นด้วย โดยถือเป็นเรื่องปกติของคนท้อง เพราะเมื่อหลังคลอดบุตร สีผิวที่หมองคล้ำก็จะค่อยๆ จางลงไปเอง

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ เมื่ออายุครรภ์ 11 สัปดาห์

เรามาดูกันว่าเมื่อตั้งครรภ์ 11 สัปดาห์ คุณแม่ควรทำอะไรบ้าง

1.ทานโปรตีน

Sponsored

โปรตีนมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ เพราะช่วยเสริมสร้างอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย นอกจากนี้โปรตีนยังช่วยซ่อมแซมและบำรุงร่างกายของผู้เป็นแม่ ดังนั้นหญิงที่ตั้งครรภ์ควรได้รับโปรตีนเพิ่มจากปกติ เป็นประมาณ 75-100 กรัมต่อวัน ซึ่งแหล่งโปรตีนที่สำคัญคือนม ไข่ และเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อปลาเพราะเป็นโปรตีนชั้นดี มีวิตามินสูง มีน้ำมันตับปลา แต่มีปริมาณไขมันต่ำ

2.เสริมธาตุเหล็ก

คุณแม่ที่เป็นโลหิตจางควรทานยาบำรุงเลือดที่จ่ายโดยแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพราะธาตุเหล็กมีส่วนช่วยสำคัญในการพัฒนาตัวอ่อนและรกในครรภ์ ในขณะเดียวกันยังเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงแก่ผู้เป็นแม่ ไม่ให้เป็นโรคโลหิตจางอีกด้วย โดยธาตุเหล็กพบมากในเนื้อแดง เครื่องในสัตว์ และไข่แดง แต่ไม่แนะนำให้ทานตับมากเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินเอมากเกิน ซึ่งส่งผลให้ทารกในครรภ์เป็นอันตรายได้

3.เน้นวิตามินบี

ในช่วงนี้ระบบประสาทของทารกในครรภ์กำลังสร้างขึ้น ดังนั้นคุณแม่ควรทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี ซึ่งพบได้ในเนื้อสัตว์ ปลา นมและถั่ว

4.ดื่มน้ำมากๆ

ในช่วงที่ลูกน้อยกำลังเติบโตนี้ ร่างกายของคุณแม่ต้องผลิตน้ำคร่ำและเลือดเพิ่มขึ้น และเมื่อมีปริมาณของเลือดสูบฉีดภายในร่างกายมากขึ้น ร่างกายจึงอุ่นขึ้น ทำให้เหงื่อออกได้ง่ายขึ้นด้วย ดังนั้นคุณแม่จึงควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียเหงื่อนั่นเอง

5.หลีกเลี่ยงบริเวณที่แออัด

ในช่วงตั้งครรภ์ที่ร่างกายต้องการปริมาณออกซิเจนที่เพิ่มขึ้นเพื่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้นคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงที่จะเดินทางไปยังบริเวณที่แออัด รวมทั้งบริเวณที่มีฝุ่นควัน ซึ่งอาจส่งผลทำให้คุณแม่เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมได้

สรุป

และนี่ก็คือพัฒนาการของลูกน้อยในช่วงตั้งครรภ์ 11 สัปดาห์นั่นเอง และอีกกี่สัปดาห์นับจากนี้คุณแม่ก็จะได้รับรู้เพศของทารกในครรภ์ รวมทั้งรับรู้ถึงสัมผัสจากแรงเตะ และแรงดิ้นของลูกน้อย ซึ่งแสดงให้คุณแม่ได้รู้ว่าลูกกำลังเจริญเติบโตขึ้นได้ดีเพียงใด

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ อยากรู้จัง ลูกน้อยตัวแค่ไหนแล้วนะ

2.ตั้งครรภ์ 13 สัปดาห์ อยากรู้จัง ลูกน้อยตัวแค่ไหนแล้วนะ